กว่าจะเป็นดาวเด่นและแชมป์เปี้ยนแห่งฤดูกาลพรีเมียร์ลีก

การคว้าแชมป์ในฤดูกาลแห่งพรีเมียร์ลีก (Premier League) ของทีมฟุตบอลในประเทศอังกฤษนั้นไม่ใช่การได้มาแบบง่าย ๆ บางสโมสรรอมานานมากก็ยังไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสของชัยชนะเลยสักฤดูกาล แต่ก็มีบางสโมสรที่ครอบครองแชมป์ได้นานที่สุด อย่างทีมปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือแชมป์ทีมล่าสุดในต้นฤดูกาลที่ผ่านมาอย่าง ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พลู ซึ่งเรียกว่าเป็นแชมป์เปี้ยนที่รอเวลามายาวนานมากในรอบ 30 ปีเลยทีเดียว ทำให้ทุกสโมสรมีความกระหายชัยชนะอย่างมาก ต้องฝึกซ้อมอย่างทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจและแรงเงินอัดฉีดจำนวนมาก เพื่อให้มีโอกาสได้เข้าใกล้ถ้วยแชมป์ได้มากที่สุด

ในแต่ละลีกจะปรากฏดาวดวงใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่นจนผู้จัดการทีมทุกทีมต้องจับตามองพวกเขาเอาไว้ให้ดี และจะมีความเชื่อมั่นต่อมาว่าพวกเขาเหล่านี้จะสามารถใช้ความสามารถและความเก่งกาจที่มีนำทีมให้ก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ในลีกได้ ไม่ว่าจะทำหน้าที่อยู่ในตำแหน่งใดก็พร้อมที่จะทุ่มสุดตัวเพื่อแลกตัวมาเสริมทัพ ความแข็งแกร่งให้กับทีม

ใครกันบ้าง…ที่เป็นดาวเด่นและแชมป์เปี้ยนแห่งฤดูกาลพรีเมียร์ลีก

1.Lionel Messi เป็นนักฟุตบอลชื่อดังที่ค้าแข่งให้กับสโมสรบาร์เซโลนาและทีมชาติอาร์เจนตินา เขาได้สร้างสถิติสำหรับการทำประตูและได้รับรางวัลจนเป็นที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกในฐานะผู้เล่นที่ดีที่สุดในวงการฟุตบอล โดยเป็นนักเตะที่มีทักษะและฝีเท้าเฉียบคมทั้งความเร็วและการทำประตู ซึ่งมีสถิติการทำประตูมากที่สุดคนหนึ่งในฤดูกาล

2.Dani Ceballos จากทีมอาร์เซนนอล เล่นในตำแหน่งกองกลาง ได้โชว์ฝีไม้ลายมือให้เห็นถึงทักษะการจ่ายบอลที่แม่นยำ ซึ่งถือว่าอาร์เซนอลยังไม่มีโอกาสได้ดาวจรัสแสงแบบนี้มานานพอสมควร แต่เขาสามารถเชื่อมโยงการเล่นให้กับผู้เล่นคนอื่น ๆ ทีมได้อย่างยอดเยี่ยม

3.Daniel Owen James ที่มีโอกาสคว้านักเตะยอดเยี่ยมแห่งทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาแล้ว ถือว่าเป็นปีกดาวรุ่งคนหนึ่งที่มีความเร็วในการเล่น ที่สำคัญเป็นนักเตะที่มีวินัยยอดเยี่ยมน่าเอาเป็นแบบอย่าง

4.Christian Mate Pulisi ถึงแม้ว่าจะเป็นชาวอเมริกัน แต่ก็ได้เลือกเส้นทางที่มุ่งเข้าสู่การเป็นดาวดวงใหม่ในพรีเมียร์ลีก อย่างทีมเชลซี มีทักษะดีรอบด้านในตำแหน่งกองหน้าและด้วยวัยเพียง เพิ่งจะ 20 เท่านั้น โดยเฉพาะการเลี้ยงบอลริมเส้น มีจังหวะที่ดีในการจบสกอร์บอลที่ยอดเยี่ยม

5.Rodrigo Hernandez นักเตะตำแหน่งกองกลางของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เรียกว่าค่าแลกกับความสามารถที่เขามีนั้นแพงที่สุดในประวัติการณ์ของทีมเลยทีเดียวด้วยสไตล์การเล่นที่มีความนิ่ง สุขุม ควบคุมสมาธิได้ดีเยี่ยม เท้าติดลูกฟุตบอลเหนียวแน่นในสนามแบบหาตัวจับยาก

พรีเมียร์ลีก เป็นลีกที่ดีที่สุดแห่งการแข่งขันฟุตบอลใช่หรือไม่

พรีเมียร์ลีก ถือว่าเป็นลีกที่มีผู้คนติดตามดูการแข่งขันมากที่สุดในโลก เพราะว่ามีนักกีฬาฟุตบอลชื่อดังและมีความสามารถที่หลายหลาย ดูแล้วสนุกที่ได้ร่วมลุ้นในเกมถือว่าเป็นเกมกีฬาที่ดีทีสุดในโลกเกมหนึ่งแน่นอน จากลีกฤดูกาลที่ผ่านมาว่าน่าทึ่งแล้ว ก็ไม่ควรพลาดในฤดูกาลต่อไปว่าทีมในดวงใจทีมใดจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จ

ลิเวอร์พลู (Liverpool ) กับชัยชนะที่รอมานาน และความท้าทายในฤดูกาลใหม่

ชัยชนะของทีมหงส์แดงลิเวอร์พลู คือสิ่งที่เป็นจุดสูงสุดของการพัฒนาในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ และเหตุการณ์สำคัญที่เป็นประวัติศาสตร์เช่นนี้ไม่มีทางที่พวกเขา ตั้งแต่เหล่าผู้จัดการทีม สต๊าฟโค้ชและนักกีฬาจะไม่จดจำไปตลอดกาล และคงไม่เบื่อแน่ ๆ ที่จะหวนคิดถึงแล้วเล่าสู่คนรุ่นหลังฟังในอนาคตข้างหน้า นอกจากนี้ยังต้องการเป็นแชมป์อีกในสมัยต่อ ๆ ไป ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ทั้งทีมมีความกดดันอยู่มากก็ตาม แต่ก็ยังมีใจฮึดสู้มากขึ้นเช่นกัน โดยภายใต้การนำทีมอย่าง เจอร์เก้น คลอปป์ (Jürgen Norbert Klopp) ในฐานะผู้จัดการทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติในฤดูกาล 2019 และเป็นช่วงเวลาของทีมลิเวอร์พูลอย่างแท้จริง จากผลการแข่งขันที่ดีที่สุดในรอบ 30 ปี ฟังดูแล้วยาวนานมากทีเดียวแล้วกลายมาเป็นทีมที่มีความพร้อมครบเครื่อง

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ ความหวังกับการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ของลิเวอร์พลู

แน่นอนความหวังในการคว้าแชมป์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ของลิเวอร์พลู ซึ่งจะกลายเป็นสมัยที่ 2 และติดต่อกันเป็นดับเบิ้ลแชมป์ ทำให้กลายเป็นโจทย์ที่มีความกดดันไม่น้อยเลย โดยเฉพาะกุนซือใหญ่อย่าง คลอปป์ ดังนั้นทุกคนในทีมจะต้องทำอย่างไรบ้าง

  • ต้องปรับปรุงวิธีการเล่นให้ดีและมีความคงเส้นคงวาเหมือนที่เคยเป็นมาในฤดูกาลแห่งแชมป์ อาจฟังดูเป็นสิ่งที่ไม่ยากมากนัก แต่การควบคุมทีมให้มีความสม่ำเสมอสำหรับการฝึกซ้อม สิ่งสำคัญคือความมีวินัยและทุ่มเทของตัวนักกีฬาทุกคนในทีมด้วย เพื่อชนะความท้าทายครั้งใหม่แบบสวยงามอีกครั้งหนึ่ง
  • มีนักเตะที่ลงตัวในทุกตำแหน่ง เพราะมีการลงทุนซื้อนักเตะที่ไม่เสียเปล่าอย่างเช่น อลิสสัน เบ็คเกอร์ (Alisson Becker) ผู้รักษาประตู, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค (Virgil van Dijk) ในตำแหน่งกองหลัง และแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน(Andrew  Robertson) ในตำแหน่งกองหลัง เรียกได้ว่าวางแผนถูกทาง แล้วยังพัฒนาฝีมือจนกลายเป็นนักเตะคุณภาพเพื่อจะนำทีมสู่ชัยชนะ
  • ฟอร์มสไตล์การบุกที่เหนือชั้นและแม่นยำมากขึ้นอีก ซึ่งนอกจากจะทำให้เกมการแข่งขันมีความสนุกน่าติดตามแล้ว ลิเวอร์พลูยังจะมีโอกาสคว้าแชมป์ได้อีกสมัยอย่างแน่นอน เพราะการบุกที่มีประสิทธิภาพย่อมดีกว่าการรอเพื่อตั้งรับเพียงอย่างเดียวแน่ ๆ

รายส์ วิลเลี่ยม (Rhys Williams) ผู้คว้าประชัยให้กับลิเวอร์พลู

รายส์ วิลเลี่ยม (Rhys Williams) ซึ่งเป็นผู้ที่ยิงประตูชัยให้กับทีมหงส์แดง ลิเวอร์พลูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019 ที่ผ่านมาและในรอบประวัติศาสตร์ 30 ปี ถึงแม้จะเป็นลูกโทษ แต่ก็น่าเชื่อว่าได้สร้างความกดดันให้เด็กหนุ่มวัยเพียง 19 ปีอย่างวิลเลี่ยมอยู่ไม่น้อยทีเดียว แต่เขาก็สามารถยิงเข้าประตูไปได้อย่างสวยงามและทำให้ทีมได้ครอบครองถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ลิเวอร์พลูรอมานานแบบสวยหรู จนได้มีการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้ และวิลเลี่ยม ก็ได้เซ็นสัญญาแบบอยู่ยาวกับทีมต่อไป

เจอร์เก้น คลอปป์ (Jürgen Klopp) ความหวังและครั้งใหม่ของหงส์แดง

เจอร์เก้นคลอปป์ เป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ถือว่าเป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก โดยในช่วงชีวิตของเขานั้นได้ผ่านมาหลากหลายบทบาท ทั้งนักกีฬาฟุตบอล โค้ชและได้มาเป็นกุนซือผู้จัดการทีมให้กับลิเวอร์พลูในปี 2015 จนทำให้ความหวังของทีมหงส์แดงกลับมาส่องสว่างอีกครั้งในช่วงฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2019-2020 จากการคว้าแชมป์แห่งฤดูกาลมาได้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นก็สามารถเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางเกมเอาไว้

เจอร์เก้นคลอปป์ มีรางวัลจากบ้านเกิดของเขาเป็นเครื่องการันตีในความสามารถ คือ ตำแหน่งผู้จัดการยอดเยี่ยมแห่งปี 2011-2012 ของฟุตบอลเยอรมัน และรางวัลโค้ชแห่งปีในศึกฟีฟ่าซึ่งคว้าอันดับ 2 ในปี 2013 เขามีบุคลิกที่มีเสน่ห์จากรอยยิ้มที่มักจะมอบให้ผู้คนรอบข้างเสมอและยังมีความแน่วแน่ กระตือรือร้น นำทีมแบบนักสู้ที่ฮึกเหิม จนประสบความสำเร็จออกมาสู่สายตาแฟนบอลทั่วโลก

บทบาทสำคัญของกุนซือใหญ่ ในศึกพรีเมียร์ลีก

  • การตัดสินใจและมีเทคนิควิธีเพื่อกำหนดรูปแบบการเล่นของทีม รวมทั้งการเลือกผู้เล่นสำหรับลงแข่งขันในรายการสำคัญได้อย่างลงตัว โดยอาจจะมีการซื้อตัวผู้เล่นที่คิดว่ามีความจำเป็น หรือขายตัวผู้เล่นออกจากทีมก็สามารถทำได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของทีมในช่วงเวลานั้น
  • มีความสามารถในการสร้างแรงจูงใจและขวัญกำลังใจให้กับทีมได้อย่างแนบเนียน เพื่อลดความกดดันต่าง ๆ ที่ต้องมีตลอดการแข่งขัน เพราะการเล่นแบบมีความกดดันน้อยที่สุดมักจะประสบความสำเร็จได้ดีที่สุดเช่นกัน
  • มอบหมายหน้าที่ให้กับโค้ชรวมถึงการฝึกสอนที่ถูกวิธี และที่สำคัญยังต้องแบ่งหน้าที่ไปถึงเจ้าหน้าด้านการแพทย์และการพยาบาลอีกด้วย
  • การดูแลเรื่องข้อตกลงและสัญญาของลูกทีมให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและยุติธรรม อาจจะต้องระมัดระวังเรื่องข้อขัดแย้งซึ่งสามารถเกิดขึ้นภายหลังได้ แต่กุนซือที่มีความเฉลียวฉลาดมักจะจัดการได้อย่างลงตัวเสมอ
  • รักษาผลประโยชน์ของทีมเป็นสำคัญ และควรมีวิธีทำให้ทีมเกิดการพัฒนาและเจริญเติบโต หรือมีรายได้เพิ่มขึ้น อย่างเช่น การรับงานด้านโฆษณาสินค้าบางประเภทให้กับนักกีฬาชื่อดังในทีม เป็นต้น
  • พร้อมเผชิญหน้ากับสื่อ หรือการแถลงข่าวเกี่ยวกับทีม และมีวาทะที่สุขุมรอบคอบ ตอบคำถามได้แบบมีไหวพริบที่ดี ไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกแย่

เจอร์เก้น คลอปป์ (Jürgen Klopp) คือความสมบูรณ์แบบของกุนซือในฤดูกาล…หรือไม่

ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา ต้องมีคนอยากรู้จักกุนซือทีมหงส์แดง ลิเวอร์พลูอย่างมากเลยทีเดียว เพราะอยากทราบว่าเขามีกลยุทธ์อะไรที่มาทำให้ทีมผงาดอีกครั้งได้อย่างงดงาม และต้องกลายเป็นประวัติศาสตร์ของโลกที่น่าจดจำไปตลอดกาล จากนี้ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปี ก็ต้องหวนกลับมาคิดถึง และหนึ่งในนั้นก็คือชื่อของ เจอร์เก้น คลอปป์ (Jürgen Klopp) จึงไม่น่าจะผิดนัก ถ้าจะเรียกเขาผู้นี้ว่า กุนซือผู้มีความสมบูรณ์แบบแห่งฤดูกาล

ดีน เฮนเดอร์สัน (Dean Henderson) ดาวเด่นซุปเปอร์เซฟดวงใหม่ของทีมปีศาจแดง

ดีน เฮนเดอร์สัน (Dean Henderson) ได้กลายเป็นดาวรุ่งอีกดวงหนึ่งของวงการฟุตบอล โดยเฉพาะที่น่าทึ่งที่สุดคือการได้เข้าเซ็นสัญญากับทางสโมสรทีม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2020 นี้ แล้วยังเป็นสัญญาระยะยาวอีกด้วย นั่นเป็นเพราะรูปแบบการรักษาประตูที่เป็นมืออาชีพ การันตีได้จากรางวัลล่าสุดอย่าง รางวัลถุงมือทองคำและรางวัลที่เคยได้รับ คือ ดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีเมื่อตอนที่อยู่สังกัดทีมเชฟฟิลด์

ถึงแม้ว่า ดีน เฮนเดอร์สัน จะอายุยังน้อยแต่ระดับฝีมือนั้นสามารถเทียบชั้นกับรุ่นพี่ได้อย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อยเขาได้โอกาสที่ดีที่จะสามารถพิสูจน์ฝีมือตัวเองได้ในสนามพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลต่อไป เพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้กับทีมปีศาจแดง แมนยูฯ เพราะการแก้เกมการเล่นและการเปลี่ยนผู้เล่นในวงการฟุตบอลถือเป็นเรื่องปกติ ทุกการเปลี่ยนแปลงมักจะสร้างดาวเด่นดวงใหม่อยู่เสมอ

ดีน เฮนเดอร์สัน สามารถเป็นคำตอบที่ดีของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้หรือไม่?

ในการเซ็นสัญญาระยะยาวให้กับนักกีฬาฟุตบอลอย่างทีมยักษ์ใหญ่แบบทีม แมนยูฯ หมายถึง ต้องมีความเชื่อมั่นในตัวนักเตะอย่างมาก เชื่อมั่นในฝีมือ โดยต้องมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตากุนซืออย่าง อูเลอ กึนนาร์ ซูลชาร์ (Ole Gunnar Solskjær) ซึ่งเขาก็มีความยินดีในการต้อนรับ ดีน เฮนเดอร์สันเนื่องจากเชื่อมั่นในประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมานานกับเชฟฟิลย์ ยูไนเต็ด จึงสามารถก้าวขึ้นสู่นักฟุตบอลอาชีพได้อย่างเต็มตัวกับทีมชุดใหญ่

ดีน เฮนเดอร์สัน ก็ได้มากับความเชื่อมั่นในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม เพราะว่าตัวเขาเองจะมีความพยายามและพัฒนาตัวเองมากขึ้น เพื่อให้สมกับความไว้วางใจที่ทีมแมนยูฯ มีให้ แน่นอนว่าดาวซุปเปอร์เซฟดวงใหม่นี้จะสามารถเข้ามาผลักดันทีมให้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเต็งในตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง อย่างน้อยก็ช่วยกระตุ้นความสามารถของ ดาบิด เด เคอา(David de Gea) ผู้รักษาประตูที่ยังคงมีระยะเวลาของสัญญาเหลืออยู่ ให้ฮึกเหิมและทำหน้าที่ได้ดีอีกครั้ง

การเปลี่ยนแปลงของทีมปีศาจแดง แมนยูฯ จะมีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในอนาคตอันใกล้ได้ไหม?

ทุกผลลัพธ์จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะไปในทางที่ดีขึ้นได้หรือไม่ก็ตาม กรณีของการจัดการและการวางแผนเกมการเล่นของแมนยูฯในฤดูกาลต่อไปก็เช่นกัน เพราะการพัฒนาฟอร์มการเล่นที่มีแนวโน้มว่าดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยอาศัยแรงกระตุ้นจากนักกีฬาในทีม อย่างเช่น บรูโน่ แฟร์นันด์ส (Bruno Fernandes) เข้ามาอยู่กับทีม แล้วคอยกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างดี และมีสไตล์การเล่นแบบมีทักษะการครองบอลได้เยี่ยมยอด เปิดบอลแม่น ให้กับเพื่อนร่วมทีมได้สามารถเล่นต่อเกมได้ดี ในส่วนของการเริ่มฤดูกาลใหม่ ถือว่าทำได้ดีขึ้น ถึงแม้จะเสมอกับทีมเจ้าบ้านเชลซีก็ตาม แต่ก็มีโอกาสยิงประตูหลายครั้ง โอกาสทวงคืนตำแหน่งแชมป์ยังไม่มืดมนแน่นอน

ช่วงเวลาสั้น ๆ ในโรงละครแห่งความฝัน ของโอเดียน อิกาโล่

“ผมเติบโตขึ้นมากับการดูแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเล่นผ่านทางทีวี และชอบดูการเล่นของคู่หูกองหน้า อย่างแอนดี้ โคล และดไวท์ ยอร์ค พวกเขาคือแบบอย่างให้กับการเล่นฟุตบอลของผม และความฝันสูงสุดของผมคือการได้ลงเล่น ในโอลด์แทรฟฟอร์ดซักครั้งหนึ่งในชีวิต” นี่คือคำพูดที่โอเดียน อิกาโล่ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อปี 2016 โดยที่ไม่มีใครแม้แต่เจ้าตัวเองจะรู้ว่า ความฝันนั้นมันจะมีโอกาสเป็นจริง ในอีก 3 ปีต่อมา

เป็นที่รู้กันดีว่า สภาพทีมของปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ ไม่ได้ดีนัก ทั้งเกมรุกและเกมรับ และเริ่มจะเป็นที่รับไม่ได้ของบรรดาแฟนบอล โดยมีการเดินออกจากสนามก่อนเวลา เพื่อส่งสัญญาณไปถึงบอร์ดบริหารและผู้จัดการทีม ว่ามันถึงเวลาที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับทีมเสียที ก่อนที่สถานการณ์ต่าง ๆ มันจะเลวร้ายไปกว่านี้ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อกองหน้าตัวความหวังของทีมอย่างมาร์คัส แรชฟอร์ดมีอาการบาดเจ็บ ต้องพักยาวไปอีกคน ดังนั้นสิ่งที่โซลชาร์ต้องทำโดยด่วนคือการหากองหน้าเพื่อเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงในแนวรุกโดยเร็วที่สุด

ตลอดหนึ่งเดือนเต็มของช่วงตลาดหน้าหนาว ปีศาจแดงมีข่าวกับนักเตะมากมาย แต่ก็เหมือนจะเป็นข่าวโคมลอยซะเป็นส่วนใหญ่ จนแฟน ๆ เริ่มที่จะเอือมระอากับการเสริมทัพของทีม และผู้เล่นที่เป็นข่าวก็ต่างปิดดีลกับสโมสรอื่นกันไปทีละรายสองราย ทั้งเออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ที่ไปเปิดตัวด้วยแฮตทริค กับดอร์ทมุนด์ เอดิสัน คาวานี่ เตรียมย้ายไปแอตเลติโก มาดริด จนวันสุดท้ายก่อนตลาดวาย เหลือเพียงแค่โจชัว คิงส์ กับโอเดียน อิกาโล่ ที่เป็นตัวเลือกเพียงแสองคน แต่ด้วยเงื่อนไขด้านเวลาที่เหลือแค่ไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ค่าตัวของเด็กเก่าอย่างโจชัว คิงส์ถูกโก่งขึ้นไปถึง 40 ล้านปอนด์ ซึ่งเรียกได้ว่าฟันหัวแบะเลยทีเดียว ดังนั้นจึงเหลือเพียงเค้าคนเดียว คนที่ฝันอยากจะเล่นให้ยูไนเต็ดมาตลอดชีวิตอย่าง โอเดียน อิกาโล่

ใช่ครับสุดท้ายเหลือเขาเพียงคนเดียว แต่ช้าก่อนอย่าพึ่งคิดว่าเขาคือของเหลือเลือกจากทีมอื่น เพราะกว่าจะเบียดเข้ามาเป็นหนึ่งในตัวเลือกของปีศาจแดง แน่นอนว่าเขาต้องมีดีอยู่ในตัวแน่นอน โดยคุณสมบัติทางกายภาพ เขาเป็นกองหน้าที่มีส่วนสูง 188 เซนติเมตร ร่างกายแข็งแกร่งพร้อมชน มีความเร็วสูงและคล่องตัว ไปกับบอลได้ดี รวมทั้งจบสกอร์ใช้ได้ และแน่นอนเขาพร้อมจะทุ่มเทให้กับทีมที่เขาใฝ่ฝันจะเล่นให้อย่างแน่นอน

และถ้าจะพูดถึงเรื่องประสบการณ์ เขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าคู่แข่งคนอื่น ๆ โดยเขาผ่านการเล่นลีกใหญ่มาแล้ว ทั้งที่อิตาลี่ กับอูดิเนเซ่ และเชเซน่า ถึงจะลงเล่นรวมกันไปแค่ 9 นัด แต่ที่อูดิเนเซ่ เขาก็เคยร่วมงานกับเพลย์เมคเกอร์คนใหม่ของทีมอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส และผ่านเกมในลาลีกา สเปน กับกรานาด้า ถึง 64 นัด (12 ประตู) ก่อนย้ายมาเล่นให้วัตฟอร์ด และยิงถึง 20 ประตูพาทีมแตนอาละวาดเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ และในปีแรกเขาระเบิดประตูในลีกไปถึง 15 ประตู ก่อนจะดร็อปลงในปีต่อมา จนต้องย้ายไปโกยเงินหยวนที่แผ่นดินมังกร ซึ่งที่จีนนั้นนอกจากค่าเหนื่อยมหาศาลถึงสัปดาห์ละราว ๆ 300,000 ปอนด์แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เขาได้มาคือ ความมั่นใจ เพราะเขากลับมายิงระเบิดอีกครั้ง โดยใช้เวลา 2 ฤดูกาลครึ่ง ยิงไปถึง 46 ประตู จากการลงสนาม 72 เกม

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ บอกว่ากองหน้าที่เขาต้องการ คือคนที่พร้อมจะทำทุกอย่างทุ่มเทสุดตัว เพื่อให้ทีมได้ประตู และเชื่อว่าโอเดียน อิกาโล่ ก็พร้อมจะทุ่มเทสุดตัวเพื่อความฝันของเขาเช่นกัน แม้ว่าความฝันนี้จะเป็นช่วงสั้น ๆ เพราะมีเพียงสัญญายืมตัวระยะเวลา 6 เดือนเท่านั้น แต่ถ้าเขาทำให้ความฝันนี้เป็นฝันที่ดี หลังจบสัญญาระยะสั้นนี้ อาจจะมีความฝันที่ดีกว่ารออยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้

บทบาทของบรูโน่ แฟร์นันด์ส กับภารกิจปั้นเกมรุกผีแดง

เกือบจะเป็นดีลล่มตามหลาย ๆ ดีลไปแล้ว สำหรับการคว้าตัว บรูโน่ แฟร์นันด์ส จากสปอร์ตติง ลิสบอน เพื่อมาเพิ่มมิติเกมรุกให้กับทัพผีแดง โดยตลอดหนึ่งเดือนของตลาดหน้าหนาว ข่าวของบรูโน่มีมาแล้วก็ไป ทีละแค่ 48 ชั่วโมง แต่ผ่านไป 48 ชั่วโมงแล้ว 48 ชั่วโมงเล่า ก็ไม่มาซักที กว่าจะได้เปิดตัวก็ล่วงเวลาไปจนเกือบตลาดวาย และเมื่อได้มาแล้วตำแหน่งการเล่นของเขาจะเป็นอย่างไร และทีมจะได้ประโยชน์เช่นไรลองมาวิเคราะห์กันดู

เกมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ บรูโน่ได้รับมอบหมายให้ลงไปเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก ก่อนที่จะถ่อยลงต่ำกว่าเดิมในช่วงครึ่งหลัง และเจ้าตัวก็ทำได้ค่อนข้างดี ทั้งเกมรุกและการเข้าแย่งบอล โดยเขามีโอกาสจ่ายบอลสวย ๆ ค่อนข้างเยอะ และมีจังหวะยิงไกลหลายครั้ง รวมไปถึงลูกฟรีคิกด้วย แต่ก็ยังไม่มีสกอร์แรก โดยสื่อต่างชาติ หลาย ๆ สำนัก ให้คะแนนอยู่ที่ 6-7 คะแนน ซึ่งถือเป็นคะแนนที่น่าพอใจเลยทีเดียว สำหรับเกมที่มีเวลาซ้อมกับทีมเพียงแค่ไม่กี่วัน

จากนี้ไปเมื่อได้ซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมมากขึ้น เชื่อว่าการเล่นของเขาจะลื่นไหลมากกว่านี้ และตำแหน่งที่เขาทำได้ดีที่สุด ก็คือตำแหน่ง ตัวรุกหมายเลข 10 คงจะไม่ถูกส่งไปประจำการในตำแหน่งอื่นแน่ ในตำแหน่งนี้และด้วยสไตล์การเล่นของเขาที่สามารถไปกับบอลได้ดี เลี้ยงกินตัวกองหลังได้ และมีลูกยังไกลเป็นอาวุธลับ จะทำให้เปิดพื้นที่กองหลังให้บรรดาตัวรุกอย่าง แดเนียล เจมส์ , อองโทนี่ มาร์ซิยาล, และคนอื่น ๆ มีช่องเล่นมากขึ้น และให้เจ้าตัวมีพื้นที่จ่ายบอลสวย ๆ ให้เพื่อนร่วมทีมเข้าทำได้มากขึ้นแน่นอน

แผลที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการแก้ไขคือ เมื่อเจอคู่ต่อสู้ที่ถอยลงไปตั้งรับลึก แล้วไม่สามารถหาจังหวะและเปิดพื้นที่กองหลังเข้าไปทำประตูได้ ทำให้จบที่การเสมอหรือโดนสวนจนแพ้อยู่บ่อย ๆ และการแก้ปัญหานี้โดยการใช้บรูโน่ ถือว่าตอบโจทย์นี้ได้ แต่จะหวังพึ่งเขาคนเดียวก็ไม่ใช่ที่ ผู้จัดการทีมจะต้องวางแท็กติก และเพื่อนร่วมทีมจะต้องช่วยกันเล่นให้สมกับที่จะเป็นผู้ชนะ เพราะการจะให้ผู้เล่นเพียงคนเดียวแบกเกมรุกทั้งทีมไว้คงจะไม่ไหวแน่

ในขณะที่ทีมตกต่ำ เชื่อว่าทุกคนเข้าใจว่าการจะกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะกลับมาได้แบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ แต่สิ่งที่ทุกคนอยากจะเห็นหลังจากนี้ คือการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีของทีม การเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้แฟนบอลทุกคนมองเห็นอนาคตบ้าง สร้างความหวังระยะยาวให้กับทีมได้ และวันนี้การได้บรูโน่มาเสริมทัพ ทุกคนต่างตั้งความหวังว่าการเปลี่ยนแปลงของทีม จะคุ้มกับเม็ดเงินที่จ่ายไป และต้องเป็นหน้าที่ของผู้จัดการทีมแล้ว ว่าจะปรับแต่งทีมอย่างไร หลังได้อะไหล่ชั้นยอดชิ้นนี้มาแล้ว ได้มาแล้วต้องใช้ให้คุ้ม ต้องใช้ให้เป็น เพราะถ้าใช้ไม่เป็น อาจจะเป็นการซื้อมาเพื่อให้คนอื่นใช้นะ น้าโอเล่

ทำความรู้จักกับ สตีเว่น เบิร์กไวจ์น ปีกตัวใหม่ ของไก่เดือยทอง

เปิดตัวอย่างสวยงามแล้ว ปีกคนใหม่ของทีมไก่เดือยทอง ท็อตแน่มฮอท สเปอร์ส อย่างสตีเว่น เบิร์กไวจ์น หลังจากที่เจ้าตัวทำประตูสุดสวย ช่วยให้ต้นสังกัดใหม่ของเขาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไป 2 ประตู ต่อ นับเป็นการเปิดตัวในฝันเลยก็ว่าได้ สำหรับดาวรุ่งวัย 22 ปี เราลองมาดูที่มาและที่ไปของเจ้าหนูคนนี้กันซักหน่อย

เบิร์กไวจ์น เกิดที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เขาเริ่มต้นฝึกฝนวิชาลูกหนังในอคาเดมี่ ของอแจ็กส์ อัมสเตอร์ดัม ก่อนที่จะย้ายเข้าศูนย์ฝึกเยาวชนของ พีเอสวี ไอน์โฮเฟน เมื่ออายุได้ 14 ปี และได้เริ่มลงสนามให้กับทีมตอนอายุเพียง 17 ปี โดยเริ่มต้นด้วยการสลับขึ้นลงระหว่างทีมชุดใหญ่และชุดสำรอง เขาใช้เวลาสองฤดูกาลในการยึดตำแหน่งตัวจริงบนทีมชุดใหญ่ ก่อนจะวาดลวดลายลูกหนังจนเตะตาแมวมองทีมใหญ่จากทั่วยุโรป โดยเขาลงเล่นให้พีเอสวีไปทั้งหมด 112 นัด ยิงไปทั้งสิ้น 29 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมเลยสำหรับผู้เล่นตำแหน่งปีก

เขาตกเป็นข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่จากลีกต่าง ๆ ทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อินเตอร์ มิลาน, สเปอร์ส, บาเยิร์น มิวนิค รวมไปถึงดอร์ทมุนด์ที่สนใจดึงตัวเขาไปร่วมทีม ก่อนที่จะเป็นทางสเปอร์สที่ต้องการตัวเขามากกว่าหลังการย้ายทีมของคริสเตียน อีริคเซ่น รวมทั้งปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นในแนวรุก จึงยอมทุ่มเงินจำนวนถึง 27 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัวเขาเข้ามาอุดร่องรอยที่อีริคเซ่นทิ้งไว้ และเขาก็ได้แสดงความสามารถให้เห็นแล้ว ด้วยการยิงประตูแรกทันทีที่ได้ลงสนาม และเป็นการยิงที่ต้องบอกเลยว่าดาวรุ่งคนนี้มีของ และเขาจะตอบแทนทีมได้คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่จ่ายไปอย่างแน่นอน

สไตล์การเล่นของเขานั้น ถูกยกย่องและนำไปเปรียบเทียบกับฟร้องค์ ริเบรี่ ตำนานปีกชาวฝรั่งเศสของบาเยิร์น มิวนิค เลยทีเดียว ด้วยการไปกับบอลได้ดี เลี้ยงบอลติดเท้า และมีสปีดที่รวดเร็ว อีกยังทำได้ดีทั้งการจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีม และการจบสกอร์ด้วยตัวเอง ด้วยสไตล์การเล่นแบบนี้เชื่อว่าจะเป็นผู้เล่นที่เหมาะกับแผนการเล่นของกุนซือโชเซ่ มูรินโญ่อย่างแน่นอน เพราะมันเหมาะกับการโจมตีเร็ว ในเกมโต้กลับโดยที่ไม่ต้องใช้ตัวผู้เล่นในการเล่นเกมรุกหลายคน ดังนั้นเชื่อว่าเขาจะมีอนาคตที่ดีในทีมของมูรินโญ่อย่างแน่นอน

สถิติต่าง ๆ ที่ผ่านมามันทำให้เห็นว่าลีกในประเทศมันเล็กเกินไปสำหรับฝีเท้าของเขาแล้ว และมันเป็นใบเบิกทางให้ตัวเขาย้ายมาที่ลอนดอน แต่นับจากนี้ไปต่างหากที่จะเป็นข้อพิสูจน์ว่าเขาสอบผ่านหรือไม่ กับลีกที่ใหญ่กว่า เกมที่เร็วและหนักหน่วงกว่า ความกดดันและความคาดหวังที่สูงกว่า เขาจะทำได้ดีแค่ไหน แต่ตอนนี้เขามีคะแนนในหัวใจแฟน ๆ ไก่เดือยทองบางส่วนแล้ว หลังจากทำข้อสอบข้อแรกได้คะแนนเต็มไปอย่างสวยงาม

โอกาสทองของทีมฟุตบอลอังกฤษระดับกลาง

ความแข็งแกร่งของทีม big 6 ในพรีเมียร์ลีกเป็นสิ่งที่หลายคนทราบดี ในฤดูกาลที่ผ่านมายิ่งประจักษ์ชัดเพราะ 4 ใน 6 ทีมเข้าชิงกันเองทั้งฟุตบอลถ้วยเล็กและถ้วยใหญ่ของยุโรป โดยที่สโมสรฟุตบอลจากลีกอื่น ๆ ไม่เคยทำได้มาก่อน ในฟุตบอลลีกเองก็เป็นเรื่องยากที่ทีมระดับรองจะสามารถแทรกตัวเข้าไปจบอันดับ 1-6 ของตารางได้เพราะทีมทั้งหกนั้นมีทั้งเม็ดเงิน นักเตะชั้นดีและผู้จัดการทีมมากฝีมือ แต่มาปีนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปเชลซีเสริมทัพไม่ได้และอาร์เซน่อลก็มีเม็ดเงินไม่เพียงพอต่อการทำทีม m88 ดูท่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะให้ทีมระดับรองเหล่านี้ได้มีโอกาสลุ้นอันดับหัวตารางเสียจริง ๆ

เอฟเวอร์ตัน ทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินเป็นทีมเต็งที่จะทำภารกิจนี้สำเร็จมากที่สุด พวกเขามีผู้เล่นชั้นดี มีเจ้าของสโมสรที่ร่ำรวยและพร้อมจะให้ทุนในการเสริมเขี้ยวเล็บของทีม มาจนถึงตอนนี้เอฟเวอร์ตันได้ตัวอังเดร โกเมส มาจากบาร์เซโลน่าแล้วและกำลังลุ้นดึง เคิร์ท ซูม่า จากเชลซี ให้ความสนใจมัลคอล์มจากบาร์ซ่ารวมทั้งกำลังหว่านล้อมนิโกลาส เปเป้จากลีลล์อีกราย

เลสเตอร์ ซิตี้ องค์รวมของทีมจิ้งจอกสยามค่อนข้างน่าพอใจทั้งการได้กุนซือมากฝีมืออย่างเบร็นแดน ร็อดเจอร์สมาคุมทีม ผู้เล่นแกนหลักก็อยู่กันเกือบครบแถมเพิ่งคว้าตัวยูริ ตีเลอมองค์จากโมนาโก จัดการสอย อโยเซ่ เปเรสจากนิวคาสเซิ่ลและเชื่อว่าพวกเขายังจะไม่หยุดเสริมทัพเพื่อลุ้นอันดับไปเล่นฟุตบอลยุโรปอย่างแน่นอน

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมขุนค้อนเสียนักเตะไปหลายคนหนึ่งในนั้นคือคีย์แมนอย่างมาร์โก อาร์เนาโตวิช แต่พวกเขาก็เล็งตัวแทนไว้อย่างสมน้ำสมเนื้อโดยเป้าหมายก็คือกอนซาโล่ อิกวาอินกองหน้ามากประสบการณ์ชาวอาร์เจนไตน์ ซึ่งถ้าได้ตัวดาวยิงจากยูเว่มาร่วมทีมจริงประกอบกับหากซื้อผู้เล่นเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปได้และผู้เล่นแกนหลักของทีมกลับมาฟิตกันครบอันดับ 4-6 น่าจะลุ้นกันมันหยดเลยทีเดียว

วูฟแฮมตัน วันเดอร์เรอร์ส ทีมหมาป่าโชว์ฟอร์มได้เซอร์ไพรส์เหลือเกินในปีแรกบนเวทีพรีเมียร์ลีกนักเตะเนื้อหอมของทีมอย่างรูเบน เนเวส, ราอูล ฆิเมเนซ ที่ว่ากันว่าอาจเนื้อหอมในซัมเมอร์นี้กลับไม่มีทีมใดยื่นข้อเสนอซื้อตัว หากทั้งสองดาวดังรวมทั้งนักเตะแกนหลักของทีมคนอื่น ๆ อยู่กันครบและได้ดิเอโก้ คอสต้าจากแอตเลติโก้ มาดริดมาจริง ๆ ต้องบอกว่านี่คือหอกข้างแคร่ที่มองข้ามไม่ได้เลย

วัตฟอร์ดและบอร์นมัธ ด้วยสถานะทางการเงินและขนาดทีมของทั้งสองสโมสรความเป็นไปได้ในการลุ้นแย่งอันดับหัวตารางค่อนข้างลำบากกว่าทีมอื่น ๆ ที่เรากล่าวมา แต่อย่าลืมว่าทั้งสองทีมนี้เล่นฟุตบอลด้วยทีมเวิร์คและนักเตะที่เล่นกันมานานอย่างเข้าขารู้ใจก็พอมีสิทธิ์ให้ลุ้นแบบไกล ๆ อยู่เหมือนกัน

หากทีมอันดับรองเหล่านี้มองว่านี่คือโอกาสทองที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ และพยายามทุ่มสุดตัวเพื่อทำอันดับสู้กับทีมในกลุ่ม big 6 คงต้องบอกว่าพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลที่จะถึงนี้คงจะทวีความเข้มข้น ยกระดับให้ลีกฟุตบอลอังกฤษยิ่งแข็งแกร่งและน่าดูขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน