เจอร์เก้น คลอปป์ (Jürgen Klopp) ความหวังและครั้งใหม่ของหงส์แดง

เจอร์เก้นคลอปป์ เป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ถือว่าเป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก โดยในช่วงชีวิตของเขานั้นได้ผ่านมาหลากหลายบทบาท ทั้งนักกีฬาฟุตบอล โค้ชและได้มาเป็นกุนซือผู้จัดการทีมให้กับลิเวอร์พลูในปี 2015 จนทำให้ความหวังของทีมหงส์แดงกลับมาส่องสว่างอีกครั้งในช่วงฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2019-2020 จากการคว้าแชมป์แห่งฤดูกาลมาได้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นก็สามารถเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางเกมเอาไว้

เจอร์เก้นคลอปป์ มีรางวัลจากบ้านเกิดของเขาเป็นเครื่องการันตีในความสามารถ คือ ตำแหน่งผู้จัดการยอดเยี่ยมแห่งปี 2011-2012 ของฟุตบอลเยอรมัน และรางวัลโค้ชแห่งปีในศึกฟีฟ่าซึ่งคว้าอันดับ 2 ในปี 2013 เขามีบุคลิกที่มีเสน่ห์จากรอยยิ้มที่มักจะมอบให้ผู้คนรอบข้างเสมอและยังมีความแน่วแน่ กระตือรือร้น นำทีมแบบนักสู้ที่ฮึกเหิม จนประสบความสำเร็จออกมาสู่สายตาแฟนบอลทั่วโลก

บทบาทสำคัญของกุนซือใหญ่ ในศึกพรีเมียร์ลีก

  • การตัดสินใจและมีเทคนิควิธีเพื่อกำหนดรูปแบบการเล่นของทีม รวมทั้งการเลือกผู้เล่นสำหรับลงแข่งขันในรายการสำคัญได้อย่างลงตัว โดยอาจจะมีการซื้อตัวผู้เล่นที่คิดว่ามีความจำเป็น หรือขายตัวผู้เล่นออกจากทีมก็สามารถทำได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของทีมในช่วงเวลานั้น
  • มีความสามารถในการสร้างแรงจูงใจและขวัญกำลังใจให้กับทีมได้อย่างแนบเนียน เพื่อลดความกดดันต่าง ๆ ที่ต้องมีตลอดการแข่งขัน เพราะการเล่นแบบมีความกดดันน้อยที่สุดมักจะประสบความสำเร็จได้ดีที่สุดเช่นกัน
  • มอบหมายหน้าที่ให้กับโค้ชรวมถึงการฝึกสอนที่ถูกวิธี และที่สำคัญยังต้องแบ่งหน้าที่ไปถึงเจ้าหน้าด้านการแพทย์และการพยาบาลอีกด้วย
  • การดูแลเรื่องข้อตกลงและสัญญาของลูกทีมให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและยุติธรรม อาจจะต้องระมัดระวังเรื่องข้อขัดแย้งซึ่งสามารถเกิดขึ้นภายหลังได้ แต่กุนซือที่มีความเฉลียวฉลาดมักจะจัดการได้อย่างลงตัวเสมอ
  • รักษาผลประโยชน์ของทีมเป็นสำคัญ และควรมีวิธีทำให้ทีมเกิดการพัฒนาและเจริญเติบโต หรือมีรายได้เพิ่มขึ้น อย่างเช่น การรับงานด้านโฆษณาสินค้าบางประเภทให้กับนักกีฬาชื่อดังในทีม เป็นต้น
  • พร้อมเผชิญหน้ากับสื่อ หรือการแถลงข่าวเกี่ยวกับทีม และมีวาทะที่สุขุมรอบคอบ ตอบคำถามได้แบบมีไหวพริบที่ดี ไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกแย่

เจอร์เก้น คลอปป์ (Jürgen Klopp) คือความสมบูรณ์แบบของกุนซือในฤดูกาล…หรือไม่

ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา ต้องมีคนอยากรู้จักกุนซือทีมหงส์แดง ลิเวอร์พลูอย่างมากเลยทีเดียว เพราะอยากทราบว่าเขามีกลยุทธ์อะไรที่มาทำให้ทีมผงาดอีกครั้งได้อย่างงดงาม และต้องกลายเป็นประวัติศาสตร์ของโลกที่น่าจดจำไปตลอดกาล จากนี้ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปี ก็ต้องหวนกลับมาคิดถึง และหนึ่งในนั้นก็คือชื่อของ เจอร์เก้น คลอปป์ (Jürgen Klopp) จึงไม่น่าจะผิดนัก ถ้าจะเรียกเขาผู้นี้ว่า กุนซือผู้มีความสมบูรณ์แบบแห่งฤดูกาล

รอยสักนักฟุตบอล โดดเด่นและเป็นตัวเองในแบบฉบับนักเตะดัง

รอยสักกับเหล่านักกีฬา โดยเฉพาะนักฟุตบอลชื่อดัง เหมือนเป็นแฟชั่นที่ออกแนวศิลปะบนผิวกาย แต่มีความหมายอันลึกซึ้งไม่มากก็น้อย เพราะแต่ละรอยสักนั้นมีที่มาที่ไปที่เกี่ยวข้องกับนักเตะชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของครอบครัว คนรัก สถานที่สำคัญ การแข่งขันนัดประวัติศาสตร์ หรือสัญลักษณ์ประจำตัวที่เจ้าตัวมีความเชื่อว่าดี นำโชคมาให้อยู่เสมอ แม้กระทั่งเพื่อเป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจบางอย่าง ไม่ว่าจะรอยสักแบบไหนก็ทำให้บรรดาแฟนคลับสนใจและอยากทราบเกี่ยวกับรอยสักเหล่านั้น จนบางคนนำไปสักเลียนแบบก็มีเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีความสวยงามจากศิลปะการวาดลวดลายของรอยสักจนเป็นความโดดเด่นหนึ่งประจำตัวของนักกีฬา เพราะมีลวดลายแปลกตา สวยและสง่างาม

รอยสักสวย 3 สไตล์แบบไอดอลขวัญใจแฟนบอล

  1. เมมฟิส เดอปาย (Memphis Depay) กับรอยสักรูปสิงโตเต็มแผ่นหลัง เพื่อบ่งบอกว่าเข้ามีความกล้าหาญและพร้อมสู้ทุกเวลา เพราะสิงโตเป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง ถึงแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากก็สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างหัวใจแกร่ง ไม่เกรงกลัวต่ออุปสรรคที่ต้องพบเจอ หรือ รูปรอยสักวงกลมเล็ก ๆ ที่ข้อมือ มีความหมายถึงความสัมพันธ์อันดีงามภายในครอบครัวและผองเพื่อนที่แสดงออกถึงความมีมิตรภาพ ความจริงใจซึ่งกันและกัน
  2. อัลเบร์โต โมเรโน (Alberto Moreno) กับรอยสักสะดุดตาแบบ 4 สัตว์ที่สื่อถึงความหมายอันลึกซึ้ง คือ
    – รูปลิงใส่แว่นตา หูฟังและถือปืนปิดปากเอาไว้ เพื่อสื่อถึงการหลักการใช้ชีวิตที่ดีในแบบของเขา คือ ไม่ดู ไม่ฟังและไม่พูดถึงสิ่งที่ไม่ดี เหมือนเป็นเครื่องเตือนใจตัวเองอยู่ตลอดเวลา
    – รูปเสือดาวพันผ้าพันคอลายสวย ซึ่งแสดงความหมายถึง ภายใต้ความละเอียดอ่อนนั้นก็สามารถมีความดุร้ายซ่อนอยู่ได้เช่นกัน
    – รูปหมีแพนด้าสวมหมวกและแว่นตาข้างเดียวแล้วยังคาบไปป์อีกด้วย ดูเหมือนไร้เดียงสาและน่ารัก แต่มันแสดงลึกซึ้งถึงความมีสติปัญญาอันเฉลียวฉลาดอยู่ลึก ๆ
    – รูปหมาน้อยน่ารักที่มีชื่อว่าอาลีสวมนวมและตั้งการ์ดพร้อมเสมอ เพื่อทำให้เจ้าหมาน้อยนั้นก็มีความแข็งแกร่งเช่นกัน
  3. นักเตะขวัญใจแฟนบอลตลอดกาลอย่าง เดวิด เบ็คแฮม (David Beckham) ที่มีรอยสักหลากหลายและความหมายกินใจ อย่างรูปพระเยซู เทพผู้พิทักษ์ ชื่อลูกชายและชื่อของภรรยาสุดที่รัก และเลขประตัวของเขาซึ่งเป็นเลขสร้างชื่อเสียงให้กับเขามาอย่างยาวนาน คือเลข 7 เป็นภาษาโรมัน

นักฟุตบอลมีรอยสักดีอย่างไร…ทำไมส่วนใหญ่จึงต้องมี

การเลือกศิลปะบนเรือนร่างอย่างรอยสักรูปต่าง ๆ ของเหล่านักเตะดังนั้น นอกจากความสวยงามและความเชื่อแล้วยังสามารถสร้างกำลังใจและความมั่นใจเวลาลงท่าแข้งได้เป็นอย่างดีเช่นกัน เพราะเหมือนได้พกพากำลังใจจากรอยสักนั้นลงสนามได้ด้วย อย่างเช่น รูป หรือชื่อคนในครอบครัวซึ่งนิยมกันมากเป็นอันดับหนึ่ง ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวก็ไม่ท้อถอย ยังยืนหยัดสู้ต่อไปได้อย่างมั่นใจและมีความมั่นคง จนกลายเป็นนักเตะที่มีผู้คนชื่นชอบ มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

2 นักฟุตบอลดังชื่อก้องโลกที่ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

“กีฬาฟุตบอล” เป็นกีฬาสากลที่แทบทุกประเทศทั่วโลกรู้จักและให้ความนิยมชื่นชอบในการเล่นเป็นอย่างมาก มักนำมาเป็นกีฬาสำหรับการแข่งขันกันระหว่างโรงเรียน ชุมชน องค์กร สถาบันทั้งในระดับประเทศ ภาคพื้นทวีปและระดับโลก ซึ่งก็มีนักฟุตบอลอาชีพชื่อดังมากมายที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในระดับโลก ที่ใช้ความสามารถในการเล่นฟุตบอลของพวกเขาทำมาหาเลี้ยงชีพ และสามารถพลิกชีวิตของทั้งตัวพวกเขาเองและครอบครัวให้กลายมาเป็นคนที่มีความร่ำรวยมั่งคั่ง ทั้ง ๆ ที่ชีวิตเริ่มต้นจากจุดที่อาจจะเรียกว่าจากศูนย์เลยก็ว่าได้ เราไปรู้จักกับ 2 นักเตะฟุตบอลที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ที่เบื้องหลังกว่าจะมาเป็นนักเตะที่เป็นที่รู้จักนั้น พวกเขาต้องผ่านอะไรกันมาบ้างกันเลยดีกว่า

1.เริ่มกันที่ ลิโอเนล อันเดรส เมสซิ กูซิตินิ นักเตะตัวเล็กพริกขี้หนูที่มีฝีเท้าที่น่ากลัวอย่างที่ใคร ๆ หลายคนทั่วโลกเรียกเขาว่า “เจ้าหนูเมสซิ” โดยเมสซิเป็นนักบอลคนหนึ่งจากประเทศอาร์เจนตินาที่เป็นขวัญใจแฟนบอลจำนวนมากบนเว็บ VWIN แถมเขายังได้รับสัญชาติจากประเทศสเปนอีกด้วย เขาเป็นนักบอลที่มีความสามารถสูงมาก ๆ ระดับโลกคนหนึ่งในยุคของเขา แต่ชีวิตวัยเด็กของเขาก็ไม่ง่ายดายเท่าไหร่นัก เมสซิเป็นเด็กที่ชื่นชอบการเล่นฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจถึงแม้ว่าเขาจะตัวเล็กกว่าเพื่อน ๆ ในทีมคนอื่น ๆ ที่เล่นด้วยกัน แต่ด้วยความที่เขาอาศัยฝีเท้าที่รวดเร็ว ประกอบกับความคล่องตัวที่มีก็ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่มีความโดดเด่นได้ไม่ยาก

แต่เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ทำให้หมอสั่งห้ามไม่ให้เขาเล่นกีฬา หากไม่ได้รับการผ่าตัดเสียก่อน ซึ่งทางบ้านของเขามีฐานะที่ธรรมดามาก ๆ ค่อนไปทางยากจน จึงเป็นไปได้ยากที่ครอบครัวเขาจะสามารถหาเงินมารักษาตัวให้เขาได้ ความหวังของเขาริบหรี่ลงเต็มที แต่ก็ยังโชคดีที่ด้วยศักยภาพของเขาเองไปเข้าตาคนจากสโมสรบาร์เซโลน่าเข้า ทำให้เขาได้รับการยื่นข้อเสนอการออกค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้แลกกับการที่เขาต้องไปเป็นนักเตะอยู่ที่ประเทศสเปน และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางนักเตะฟุตบอลอาชีพของเมสซิ

2. การ์โลส อัลเบร์โต มาร์ติเนซ เตเบซ เป็นอีกหนึ่งนักเตะชาวอาร์เจนติน่าที่ชีวิตวัยเด็กของเขาต้องฝ่าฟันกับสิ่งต่าง ๆ ชนิดที่เรียกว่าสาหัสสากรรจ์เลยทีเดียว โดยเตเบซเกิดในย่านสลัม ซึ่งเป็นชุมชนแออัดแห่งหนึ่งในประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งบ้านของเขารายล้อมไปด้วยเพื่อนบ้านที่ประกอบอาชีพผิดกฎหมาย ไล่ตั้งแต่ลักเล็กขโมยน้อย ค้าอาวุธเถื่อน ไปจนกระทั่งการค้ายาเสพติด ซึ่งตัวเขาเองก็เคยยอมรับว่าเคยติดยาอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ด้วยความที่คิดได้จึงเลิกยาในที่สุด นอกจากนี้ในวัยที่ยังไม่ถึงหนึ่งขวบเต็มดี เขาก็ต้องพบกับอุบัติเหตุจากน้ำร้อนลวกที่บริเวณคอไปจนถึงหน้าอก นั่นทำให้เกิดรอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนร่างกายของเขา ซึ่งยังไม่นับรวมสภาพฟันที่บิดเบี้ยวผิดรูปซึ่งเกิดจากการชกต่อยเพื่อเอาชีวิตรอดอยู่ข้างถนน

แต่น่าแปลกที่ต่อให้เขาจะมีเงินทองมากมายที่หามาได้จากการเตะฟุตบอลอาชีพสักเพียงใด เขาก็ไม่เคยคิดที่จะไปศัลยกรรมบาดแผลเหล่านั้นเลย โดยเขามักจะให้เหตุผลว่าแผลเป็นดังกล่าวนั้นมันช่วยย้ำเตือนให้เขาระลึกได้ว่าเขามาจากจุดไหน อีกทั้งเขายังไม่เคยบอกเลยว่าชีวิตวัยเด็กเขาไม่ดี เขาคิดว่าสิ่งที่เขาเจอมานั้นมันดีที่สุดแล้ว มันดีพอที่จะผลักดันให้เขามาอยู่ ณ จุดสูงสุดของชีวิตเขา ด้วยการเคยได้สถิติเป็นนักบอลที่มีค่าตัวสูงสุดในโลก และเขาจะมาอยู่ ณ จุดที่ดีต่าง ๆ ในชีวิตไม่ได้เลยหากไม่รับโอกาสที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตเขา นั่นก็คือการได้เข้าร่วมเป็นนักเตะของทีมกับอคาเดมี่ โบค่า จูเนียร์ส นั่นเอง

จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 นักเตะที่กล่าวมานั้น แม้ว่าชีวิตของพวกเขาจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ด้วยความสามารถ ความมุมานะอุตสาหะ ความรักดีของพวกเขา ก็ทำให้เขาทั้งคู่สามารถสร้างทางเดินชีวิตที่ดีและมั่นคงให้กับตนเองและคนที่รักได้ในที่สุด