กว่าจะเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก…คริสเตียโน โรนัลโด (Cristiano Ronaldo)

คริสเตียโน โรนัลโด (Cristiano Ronaldo) จะเรียกว่าเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกก็ไม่ผิด เนื่องจากผลงานที่ผ่านมาได้รับการยอมรับและการยกย่อง ถึงแม้ว่าเมื่อในวัยเด็ก โรนัลโดจะไม่ได้มีชีวิตที่สะดวกสบายเหมือนเช่นทุกวันนี้ แต่ด้วยความมุมานะพยายามรวมกับพรสวรรค์ในตัวของเขาเอง จึงทำให้ได้มีโอกาสเข้าร่วมทีมฟุตบอลจนได้เข้าตาของทีมชื่อดังอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แล้วได้เข้าร่วมทีมเป็นอันดับหนึ่งเทียบเท่ากับนักเตะรุ่นพี่ที่โด่งดังไม่แพ้กันอย่าง เดวิด เบ็คแฮม (David Beckham)

จากนั้นเขาก็ได้แสดงฝีมือการเล่นฟุตบอลได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดมา ได้รับการชื่นชมอย่างล้นหลามจากทักษะการเล่น ถึงแม้จะต้องอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่กดดัน เพราะต้องเข้ามาสวมเสื้อเบอร์เดียวกันกับสุดยอดนักเตะของทีมก็ตาม โรนัลโด ยังสร้างสถิติเป็นนักเตะมิดฟิลด์ที่สามารถทำประตูได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นนักเตะที่มีค่าตัวสูงที่สุด และล่าสุดในปัจจุบันนี้ได้เข้ามาเป็นกัปตันทีมชาติโปรตุเกส รวมทั้งยังเป็นกองหน้าให้กับยูเวนตุสในเซเรียอาแชมป์โลกหลายสมัย จึงน่ายกย่องและเหมาะแก่การเอาเป็นแบบอย่างให้กับนักกีฬารุ่นหลังเป็นอย่างมาก

ทำไม…คริสเตียโน โรนัลโด ควรค่าเป็นเพชรเม็ดงามแห่งสโมสรยูเวนตุส

  • ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมและยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลและกองหน้าของยูเวนตุสที่ได้ทำลายสถิติการทำประตูในอดีต โดยทำประตูได้กว่าครึ่งร้อยในรอบฤดูกาลนี้
  • เป็นผู้เล่นโปรตุเกสคนแรกที่ยิงแฮตทริกในประวัติศาสตร์เซเรียอาตอนนี้เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นเพียงสองคนที่ทำแฮตทริกในพรีเมียร์ลีกลาลีกาและเซเรียอา
  • นอกจากบทบาทนักฟุตบอลแล้ว โรนัลโดยังมีบทบาทของผู้ให้ที่น่ายกย่องไม่แพ้ความสามารถของเขาเลย เนื่องจากค่าตัวจำนวนมหาศาลนั้นได้ถูกนำไปใช้เพื่อบริจาคกับองค์กรการกุศลและผู้ยากไร้เรื่อยมา อย่างเช่น การบริจาคเงินช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส ช่วยเหลือแฟนบอลของเขาในสถานการณ์ลำบากและจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ขาดแคลน เป็นต้น
  • โรนัลโดทำบุญด้วยการบริจาคเลือดอยู่เป็นประจำ เขาจึงไม่มีรอยสักตามตัวเหมือนนักเตะดัง คนอื่น ๆ เพราะจะทำให้เขาไม่สามารถบริจาคเลือดได้ น่านับถือความมีน้ำใจนี้เป็นอย่างยิ่ง

ทำอย่างไร…จะไปให้ถึงฝันในแบบฉบับของ คริสเตียโน โรนัลโด

  1. การดูแลร่างกายให้มีความพร้อมและแข็งแรงตลอดเวลา เพราะการฝึกซ้อมในระดับนักเตะยอดเยี่ยมต้องอาศัยเวลาและวินัยสูงมาก รวมถึงการเผชิญกับอาการบาดเจ็บต่าง ๆ อยู่บ่อยครั้ง ต้องอาศัยแรงใจเกินร้อยด้วยอีกทางหนึ่ง ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งปวง
  2. โภชนาการอาหาร อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากเพื่อการก้าวไปถึงความฝันอันสูงสุดในแบบฉบับโรนัลโด นั่นคือ ออกกำลังกายดีที่สุดแล้วควบคู่กับ อาหารดี โปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตในระดับที่เพียงพอ ทานผักผลไม้เป็นประจำและหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง
  3.  มีการพักผ่อนให้เพียงพอและถูกหลักอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเน้นเรื่องการนอนหลับ เพื่อให้ร่างกาย กล้ามเนื้อได้ฟื้นตัว

เครดิตภาพ : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/otherleague/1490503

กว่าจะเป็นดาวเด่นและแชมป์เปี้ยนแห่งฤดูกาลพรีเมียร์ลีก

การคว้าแชมป์ในฤดูกาลแห่งพรีเมียร์ลีก (Premier League) ของทีมฟุตบอลในประเทศอังกฤษนั้นไม่ใช่การได้มาแบบง่าย ๆ บางสโมสรรอมานานมากก็ยังไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสของชัยชนะเลยสักฤดูกาล แต่ก็มีบางสโมสรที่ครอบครองแชมป์ได้นานที่สุด อย่างทีมปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือแชมป์ทีมล่าสุดในต้นฤดูกาลที่ผ่านมาอย่าง ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พลู ซึ่งเรียกว่าเป็นแชมป์เปี้ยนที่รอเวลามายาวนานมากในรอบ 30 ปีเลยทีเดียว ทำให้ทุกสโมสรมีความกระหายชัยชนะอย่างมาก ต้องฝึกซ้อมอย่างทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจและแรงเงินอัดฉีดจำนวนมาก เพื่อให้มีโอกาสได้เข้าใกล้ถ้วยแชมป์ได้มากที่สุด

ในแต่ละลีกจะปรากฏดาวดวงใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่นจนผู้จัดการทีมทุกทีมต้องจับตามองพวกเขาเอาไว้ให้ดี และจะมีความเชื่อมั่นต่อมาว่าพวกเขาเหล่านี้จะสามารถใช้ความสามารถและความเก่งกาจที่มีนำทีมให้ก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ในลีกได้ ไม่ว่าจะทำหน้าที่อยู่ในตำแหน่งใดก็พร้อมที่จะทุ่มสุดตัวเพื่อแลกตัวมาเสริมทัพ ความแข็งแกร่งให้กับทีม

ใครกันบ้าง…ที่เป็นดาวเด่นและแชมป์เปี้ยนแห่งฤดูกาลพรีเมียร์ลีก

1.Lionel Messi เป็นนักฟุตบอลชื่อดังที่ค้าแข่งให้กับสโมสรบาร์เซโลนาและทีมชาติอาร์เจนตินา เขาได้สร้างสถิติสำหรับการทำประตูและได้รับรางวัลจนเป็นที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกในฐานะผู้เล่นที่ดีที่สุดในวงการฟุตบอล โดยเป็นนักเตะที่มีทักษะและฝีเท้าเฉียบคมทั้งความเร็วและการทำประตู ซึ่งมีสถิติการทำประตูมากที่สุดคนหนึ่งในฤดูกาล

2.Dani Ceballos จากทีมอาร์เซนนอล เล่นในตำแหน่งกองกลาง ได้โชว์ฝีไม้ลายมือให้เห็นถึงทักษะการจ่ายบอลที่แม่นยำ ซึ่งถือว่าอาร์เซนอลยังไม่มีโอกาสได้ดาวจรัสแสงแบบนี้มานานพอสมควร แต่เขาสามารถเชื่อมโยงการเล่นให้กับผู้เล่นคนอื่น ๆ ทีมได้อย่างยอดเยี่ยม

3.Daniel Owen James ที่มีโอกาสคว้านักเตะยอดเยี่ยมแห่งทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาแล้ว ถือว่าเป็นปีกดาวรุ่งคนหนึ่งที่มีความเร็วในการเล่น ที่สำคัญเป็นนักเตะที่มีวินัยยอดเยี่ยมน่าเอาเป็นแบบอย่าง

4.Christian Mate Pulisi ถึงแม้ว่าจะเป็นชาวอเมริกัน แต่ก็ได้เลือกเส้นทางที่มุ่งเข้าสู่การเป็นดาวดวงใหม่ในพรีเมียร์ลีก อย่างทีมเชลซี มีทักษะดีรอบด้านในตำแหน่งกองหน้าและด้วยวัยเพียง เพิ่งจะ 20 เท่านั้น โดยเฉพาะการเลี้ยงบอลริมเส้น มีจังหวะที่ดีในการจบสกอร์บอลที่ยอดเยี่ยม

5.Rodrigo Hernandez นักเตะตำแหน่งกองกลางของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เรียกว่าค่าแลกกับความสามารถที่เขามีนั้นแพงที่สุดในประวัติการณ์ของทีมเลยทีเดียวด้วยสไตล์การเล่นที่มีความนิ่ง สุขุม ควบคุมสมาธิได้ดีเยี่ยม เท้าติดลูกฟุตบอลเหนียวแน่นในสนามแบบหาตัวจับยาก

พรีเมียร์ลีก เป็นลีกที่ดีที่สุดแห่งการแข่งขันฟุตบอลใช่หรือไม่

พรีเมียร์ลีก ถือว่าเป็นลีกที่มีผู้คนติดตามดูการแข่งขันมากที่สุดในโลก เพราะว่ามีนักกีฬาฟุตบอลชื่อดังและมีความสามารถที่หลายหลาย ดูแล้วสนุกที่ได้ร่วมลุ้นในเกมถือว่าเป็นเกมกีฬาที่ดีทีสุดในโลกเกมหนึ่งแน่นอน จากลีกฤดูกาลที่ผ่านมาว่าน่าทึ่งแล้ว ก็ไม่ควรพลาดในฤดูกาลต่อไปว่าทีมในดวงใจทีมใดจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จ

ลิเวอร์พลู (Liverpool ) กับชัยชนะที่รอมานาน และความท้าทายในฤดูกาลใหม่

ชัยชนะของทีมหงส์แดงลิเวอร์พลู คือสิ่งที่เป็นจุดสูงสุดของการพัฒนาในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ และเหตุการณ์สำคัญที่เป็นประวัติศาสตร์เช่นนี้ไม่มีทางที่พวกเขา ตั้งแต่เหล่าผู้จัดการทีม สต๊าฟโค้ชและนักกีฬาจะไม่จดจำไปตลอดกาล และคงไม่เบื่อแน่ ๆ ที่จะหวนคิดถึงแล้วเล่าสู่คนรุ่นหลังฟังในอนาคตข้างหน้า นอกจากนี้ยังต้องการเป็นแชมป์อีกในสมัยต่อ ๆ ไป ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ทั้งทีมมีความกดดันอยู่มากก็ตาม แต่ก็ยังมีใจฮึดสู้มากขึ้นเช่นกัน โดยภายใต้การนำทีมอย่าง เจอร์เก้น คลอปป์ (Jürgen Norbert Klopp) ในฐานะผู้จัดการทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติในฤดูกาล 2019 และเป็นช่วงเวลาของทีมลิเวอร์พูลอย่างแท้จริง จากผลการแข่งขันที่ดีที่สุดในรอบ 30 ปี ฟังดูแล้วยาวนานมากทีเดียวแล้วกลายมาเป็นทีมที่มีความพร้อมครบเครื่อง

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ ความหวังกับการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ของลิเวอร์พลู

แน่นอนความหวังในการคว้าแชมป์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ของลิเวอร์พลู ซึ่งจะกลายเป็นสมัยที่ 2 และติดต่อกันเป็นดับเบิ้ลแชมป์ ทำให้กลายเป็นโจทย์ที่มีความกดดันไม่น้อยเลย โดยเฉพาะกุนซือใหญ่อย่าง คลอปป์ ดังนั้นทุกคนในทีมจะต้องทำอย่างไรบ้าง

  • ต้องปรับปรุงวิธีการเล่นให้ดีและมีความคงเส้นคงวาเหมือนที่เคยเป็นมาในฤดูกาลแห่งแชมป์ อาจฟังดูเป็นสิ่งที่ไม่ยากมากนัก แต่การควบคุมทีมให้มีความสม่ำเสมอสำหรับการฝึกซ้อม สิ่งสำคัญคือความมีวินัยและทุ่มเทของตัวนักกีฬาทุกคนในทีมด้วย เพื่อชนะความท้าทายครั้งใหม่แบบสวยงามอีกครั้งหนึ่ง
  • มีนักเตะที่ลงตัวในทุกตำแหน่ง เพราะมีการลงทุนซื้อนักเตะที่ไม่เสียเปล่าอย่างเช่น อลิสสัน เบ็คเกอร์ (Alisson Becker) ผู้รักษาประตู, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค (Virgil van Dijk) ในตำแหน่งกองหลัง และแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน(Andrew  Robertson) ในตำแหน่งกองหลัง เรียกได้ว่าวางแผนถูกทาง แล้วยังพัฒนาฝีมือจนกลายเป็นนักเตะคุณภาพเพื่อจะนำทีมสู่ชัยชนะ
  • ฟอร์มสไตล์การบุกที่เหนือชั้นและแม่นยำมากขึ้นอีก ซึ่งนอกจากจะทำให้เกมการแข่งขันมีความสนุกน่าติดตามแล้ว ลิเวอร์พลูยังจะมีโอกาสคว้าแชมป์ได้อีกสมัยอย่างแน่นอน เพราะการบุกที่มีประสิทธิภาพย่อมดีกว่าการรอเพื่อตั้งรับเพียงอย่างเดียวแน่ ๆ

รายส์ วิลเลี่ยม (Rhys Williams) ผู้คว้าประชัยให้กับลิเวอร์พลู

รายส์ วิลเลี่ยม (Rhys Williams) ซึ่งเป็นผู้ที่ยิงประตูชัยให้กับทีมหงส์แดง ลิเวอร์พลูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019 ที่ผ่านมาและในรอบประวัติศาสตร์ 30 ปี ถึงแม้จะเป็นลูกโทษ แต่ก็น่าเชื่อว่าได้สร้างความกดดันให้เด็กหนุ่มวัยเพียง 19 ปีอย่างวิลเลี่ยมอยู่ไม่น้อยทีเดียว แต่เขาก็สามารถยิงเข้าประตูไปได้อย่างสวยงามและทำให้ทีมได้ครอบครองถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ลิเวอร์พลูรอมานานแบบสวยหรู จนได้มีการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้ และวิลเลี่ยม ก็ได้เซ็นสัญญาแบบอยู่ยาวกับทีมต่อไป

เจอร์เก้น คลอปป์ (Jürgen Klopp) ความหวังและครั้งใหม่ของหงส์แดง

เจอร์เก้นคลอปป์ เป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ถือว่าเป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก โดยในช่วงชีวิตของเขานั้นได้ผ่านมาหลากหลายบทบาท ทั้งนักกีฬาฟุตบอล โค้ชและได้มาเป็นกุนซือผู้จัดการทีมให้กับลิเวอร์พลูในปี 2015 จนทำให้ความหวังของทีมหงส์แดงกลับมาส่องสว่างอีกครั้งในช่วงฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2019-2020 จากการคว้าแชมป์แห่งฤดูกาลมาได้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นก็สามารถเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางเกมเอาไว้

เจอร์เก้นคลอปป์ มีรางวัลจากบ้านเกิดของเขาเป็นเครื่องการันตีในความสามารถ คือ ตำแหน่งผู้จัดการยอดเยี่ยมแห่งปี 2011-2012 ของฟุตบอลเยอรมัน และรางวัลโค้ชแห่งปีในศึกฟีฟ่าซึ่งคว้าอันดับ 2 ในปี 2013 เขามีบุคลิกที่มีเสน่ห์จากรอยยิ้มที่มักจะมอบให้ผู้คนรอบข้างเสมอและยังมีความแน่วแน่ กระตือรือร้น นำทีมแบบนักสู้ที่ฮึกเหิม จนประสบความสำเร็จออกมาสู่สายตาแฟนบอลทั่วโลก

บทบาทสำคัญของกุนซือใหญ่ ในศึกพรีเมียร์ลีก

  • การตัดสินใจและมีเทคนิควิธีเพื่อกำหนดรูปแบบการเล่นของทีม รวมทั้งการเลือกผู้เล่นสำหรับลงแข่งขันในรายการสำคัญได้อย่างลงตัว โดยอาจจะมีการซื้อตัวผู้เล่นที่คิดว่ามีความจำเป็น หรือขายตัวผู้เล่นออกจากทีมก็สามารถทำได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของทีมในช่วงเวลานั้น
  • มีความสามารถในการสร้างแรงจูงใจและขวัญกำลังใจให้กับทีมได้อย่างแนบเนียน เพื่อลดความกดดันต่าง ๆ ที่ต้องมีตลอดการแข่งขัน เพราะการเล่นแบบมีความกดดันน้อยที่สุดมักจะประสบความสำเร็จได้ดีที่สุดเช่นกัน
  • มอบหมายหน้าที่ให้กับโค้ชรวมถึงการฝึกสอนที่ถูกวิธี และที่สำคัญยังต้องแบ่งหน้าที่ไปถึงเจ้าหน้าด้านการแพทย์และการพยาบาลอีกด้วย
  • การดูแลเรื่องข้อตกลงและสัญญาของลูกทีมให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและยุติธรรม อาจจะต้องระมัดระวังเรื่องข้อขัดแย้งซึ่งสามารถเกิดขึ้นภายหลังได้ แต่กุนซือที่มีความเฉลียวฉลาดมักจะจัดการได้อย่างลงตัวเสมอ
  • รักษาผลประโยชน์ของทีมเป็นสำคัญ และควรมีวิธีทำให้ทีมเกิดการพัฒนาและเจริญเติบโต หรือมีรายได้เพิ่มขึ้น อย่างเช่น การรับงานด้านโฆษณาสินค้าบางประเภทให้กับนักกีฬาชื่อดังในทีม เป็นต้น
  • พร้อมเผชิญหน้ากับสื่อ หรือการแถลงข่าวเกี่ยวกับทีม และมีวาทะที่สุขุมรอบคอบ ตอบคำถามได้แบบมีไหวพริบที่ดี ไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกแย่

เจอร์เก้น คลอปป์ (Jürgen Klopp) คือความสมบูรณ์แบบของกุนซือในฤดูกาล…หรือไม่

ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา ต้องมีคนอยากรู้จักกุนซือทีมหงส์แดง ลิเวอร์พลูอย่างมากเลยทีเดียว เพราะอยากทราบว่าเขามีกลยุทธ์อะไรที่มาทำให้ทีมผงาดอีกครั้งได้อย่างงดงาม และต้องกลายเป็นประวัติศาสตร์ของโลกที่น่าจดจำไปตลอดกาล จากนี้ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปี ก็ต้องหวนกลับมาคิดถึง และหนึ่งในนั้นก็คือชื่อของ เจอร์เก้น คลอปป์ (Jürgen Klopp) จึงไม่น่าจะผิดนัก ถ้าจะเรียกเขาผู้นี้ว่า กุนซือผู้มีความสมบูรณ์แบบแห่งฤดูกาล

รอยสักนักฟุตบอล โดดเด่นและเป็นตัวเองในแบบฉบับนักเตะดัง

รอยสักกับเหล่านักกีฬา โดยเฉพาะนักฟุตบอลชื่อดัง เหมือนเป็นแฟชั่นที่ออกแนวศิลปะบนผิวกาย แต่มีความหมายอันลึกซึ้งไม่มากก็น้อย เพราะแต่ละรอยสักนั้นมีที่มาที่ไปที่เกี่ยวข้องกับนักเตะชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของครอบครัว คนรัก สถานที่สำคัญ การแข่งขันนัดประวัติศาสตร์ หรือสัญลักษณ์ประจำตัวที่เจ้าตัวมีความเชื่อว่าดี นำโชคมาให้อยู่เสมอ แม้กระทั่งเพื่อเป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจบางอย่าง ไม่ว่าจะรอยสักแบบไหนก็ทำให้บรรดาแฟนคลับสนใจและอยากทราบเกี่ยวกับรอยสักเหล่านั้น จนบางคนนำไปสักเลียนแบบก็มีเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีความสวยงามจากศิลปะการวาดลวดลายของรอยสักจนเป็นความโดดเด่นหนึ่งประจำตัวของนักกีฬา เพราะมีลวดลายแปลกตา สวยและสง่างาม

รอยสักสวย 3 สไตล์แบบไอดอลขวัญใจแฟนบอล

  1. เมมฟิส เดอปาย (Memphis Depay) กับรอยสักรูปสิงโตเต็มแผ่นหลัง เพื่อบ่งบอกว่าเข้ามีความกล้าหาญและพร้อมสู้ทุกเวลา เพราะสิงโตเป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง ถึงแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากก็สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างหัวใจแกร่ง ไม่เกรงกลัวต่ออุปสรรคที่ต้องพบเจอ หรือ รูปรอยสักวงกลมเล็ก ๆ ที่ข้อมือ มีความหมายถึงความสัมพันธ์อันดีงามภายในครอบครัวและผองเพื่อนที่แสดงออกถึงความมีมิตรภาพ ความจริงใจซึ่งกันและกัน
  2. อัลเบร์โต โมเรโน (Alberto Moreno) กับรอยสักสะดุดตาแบบ 4 สัตว์ที่สื่อถึงความหมายอันลึกซึ้ง คือ
    – รูปลิงใส่แว่นตา หูฟังและถือปืนปิดปากเอาไว้ เพื่อสื่อถึงการหลักการใช้ชีวิตที่ดีในแบบของเขา คือ ไม่ดู ไม่ฟังและไม่พูดถึงสิ่งที่ไม่ดี เหมือนเป็นเครื่องเตือนใจตัวเองอยู่ตลอดเวลา
    – รูปเสือดาวพันผ้าพันคอลายสวย ซึ่งแสดงความหมายถึง ภายใต้ความละเอียดอ่อนนั้นก็สามารถมีความดุร้ายซ่อนอยู่ได้เช่นกัน
    – รูปหมีแพนด้าสวมหมวกและแว่นตาข้างเดียวแล้วยังคาบไปป์อีกด้วย ดูเหมือนไร้เดียงสาและน่ารัก แต่มันแสดงลึกซึ้งถึงความมีสติปัญญาอันเฉลียวฉลาดอยู่ลึก ๆ
    – รูปหมาน้อยน่ารักที่มีชื่อว่าอาลีสวมนวมและตั้งการ์ดพร้อมเสมอ เพื่อทำให้เจ้าหมาน้อยนั้นก็มีความแข็งแกร่งเช่นกัน
  3. นักเตะขวัญใจแฟนบอลตลอดกาลอย่าง เดวิด เบ็คแฮม (David Beckham) ที่มีรอยสักหลากหลายและความหมายกินใจ อย่างรูปพระเยซู เทพผู้พิทักษ์ ชื่อลูกชายและชื่อของภรรยาสุดที่รัก และเลขประตัวของเขาซึ่งเป็นเลขสร้างชื่อเสียงให้กับเขามาอย่างยาวนาน คือเลข 7 เป็นภาษาโรมัน

นักฟุตบอลมีรอยสักดีอย่างไร…ทำไมส่วนใหญ่จึงต้องมี

การเลือกศิลปะบนเรือนร่างอย่างรอยสักรูปต่าง ๆ ของเหล่านักเตะดังนั้น นอกจากความสวยงามและความเชื่อแล้วยังสามารถสร้างกำลังใจและความมั่นใจเวลาลงท่าแข้งได้เป็นอย่างดีเช่นกัน เพราะเหมือนได้พกพากำลังใจจากรอยสักนั้นลงสนามได้ด้วย อย่างเช่น รูป หรือชื่อคนในครอบครัวซึ่งนิยมกันมากเป็นอันดับหนึ่ง ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวก็ไม่ท้อถอย ยังยืนหยัดสู้ต่อไปได้อย่างมั่นใจและมีความมั่นคง จนกลายเป็นนักเตะที่มีผู้คนชื่นชอบ มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

2 นักฟุตบอลดังชื่อก้องโลกที่ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

“กีฬาฟุตบอล” เป็นกีฬาสากลที่แทบทุกประเทศทั่วโลกรู้จักและให้ความนิยมชื่นชอบในการเล่นเป็นอย่างมาก มักนำมาเป็นกีฬาสำหรับการแข่งขันกันระหว่างโรงเรียน ชุมชน องค์กร สถาบันทั้งในระดับประเทศ ภาคพื้นทวีปและระดับโลก ซึ่งก็มีนักฟุตบอลอาชีพชื่อดังมากมายที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในระดับโลก ที่ใช้ความสามารถในการเล่นฟุตบอลของพวกเขาทำมาหาเลี้ยงชีพ และสามารถพลิกชีวิตของทั้งตัวพวกเขาเองและครอบครัวให้กลายมาเป็นคนที่มีความร่ำรวยมั่งคั่ง ทั้ง ๆ ที่ชีวิตเริ่มต้นจากจุดที่อาจจะเรียกว่าจากศูนย์เลยก็ว่าได้ เราไปรู้จักกับ 2 นักเตะฟุตบอลที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ที่เบื้องหลังกว่าจะมาเป็นนักเตะที่เป็นที่รู้จักนั้น พวกเขาต้องผ่านอะไรกันมาบ้างกันเลยดีกว่า

1.เริ่มกันที่ ลิโอเนล อันเดรส เมสซิ กูซิตินิ นักเตะตัวเล็กพริกขี้หนูที่มีฝีเท้าที่น่ากลัวอย่างที่ใคร ๆ หลายคนทั่วโลกเรียกเขาว่า “เจ้าหนูเมสซิ” โดยเมสซิเป็นนักบอลคนหนึ่งจากประเทศอาร์เจนตินาที่เป็นขวัญใจแฟนบอลจำนวนมากบนเว็บ VWIN แถมเขายังได้รับสัญชาติจากประเทศสเปนอีกด้วย เขาเป็นนักบอลที่มีความสามารถสูงมาก ๆ ระดับโลกคนหนึ่งในยุคของเขา แต่ชีวิตวัยเด็กของเขาก็ไม่ง่ายดายเท่าไหร่นัก เมสซิเป็นเด็กที่ชื่นชอบการเล่นฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจถึงแม้ว่าเขาจะตัวเล็กกว่าเพื่อน ๆ ในทีมคนอื่น ๆ ที่เล่นด้วยกัน แต่ด้วยความที่เขาอาศัยฝีเท้าที่รวดเร็ว ประกอบกับความคล่องตัวที่มีก็ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่มีความโดดเด่นได้ไม่ยาก

แต่เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ทำให้หมอสั่งห้ามไม่ให้เขาเล่นกีฬา หากไม่ได้รับการผ่าตัดเสียก่อน ซึ่งทางบ้านของเขามีฐานะที่ธรรมดามาก ๆ ค่อนไปทางยากจน จึงเป็นไปได้ยากที่ครอบครัวเขาจะสามารถหาเงินมารักษาตัวให้เขาได้ ความหวังของเขาริบหรี่ลงเต็มที แต่ก็ยังโชคดีที่ด้วยศักยภาพของเขาเองไปเข้าตาคนจากสโมสรบาร์เซโลน่าเข้า ทำให้เขาได้รับการยื่นข้อเสนอการออกค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้แลกกับการที่เขาต้องไปเป็นนักเตะอยู่ที่ประเทศสเปน และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางนักเตะฟุตบอลอาชีพของเมสซิ

2. การ์โลส อัลเบร์โต มาร์ติเนซ เตเบซ เป็นอีกหนึ่งนักเตะชาวอาร์เจนติน่าที่ชีวิตวัยเด็กของเขาต้องฝ่าฟันกับสิ่งต่าง ๆ ชนิดที่เรียกว่าสาหัสสากรรจ์เลยทีเดียว โดยเตเบซเกิดในย่านสลัม ซึ่งเป็นชุมชนแออัดแห่งหนึ่งในประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งบ้านของเขารายล้อมไปด้วยเพื่อนบ้านที่ประกอบอาชีพผิดกฎหมาย ไล่ตั้งแต่ลักเล็กขโมยน้อย ค้าอาวุธเถื่อน ไปจนกระทั่งการค้ายาเสพติด ซึ่งตัวเขาเองก็เคยยอมรับว่าเคยติดยาอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ด้วยความที่คิดได้จึงเลิกยาในที่สุด นอกจากนี้ในวัยที่ยังไม่ถึงหนึ่งขวบเต็มดี เขาก็ต้องพบกับอุบัติเหตุจากน้ำร้อนลวกที่บริเวณคอไปจนถึงหน้าอก นั่นทำให้เกิดรอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนร่างกายของเขา ซึ่งยังไม่นับรวมสภาพฟันที่บิดเบี้ยวผิดรูปซึ่งเกิดจากการชกต่อยเพื่อเอาชีวิตรอดอยู่ข้างถนน

แต่น่าแปลกที่ต่อให้เขาจะมีเงินทองมากมายที่หามาได้จากการเตะฟุตบอลอาชีพสักเพียงใด เขาก็ไม่เคยคิดที่จะไปศัลยกรรมบาดแผลเหล่านั้นเลย โดยเขามักจะให้เหตุผลว่าแผลเป็นดังกล่าวนั้นมันช่วยย้ำเตือนให้เขาระลึกได้ว่าเขามาจากจุดไหน อีกทั้งเขายังไม่เคยบอกเลยว่าชีวิตวัยเด็กเขาไม่ดี เขาคิดว่าสิ่งที่เขาเจอมานั้นมันดีที่สุดแล้ว มันดีพอที่จะผลักดันให้เขามาอยู่ ณ จุดสูงสุดของชีวิตเขา ด้วยการเคยได้สถิติเป็นนักบอลที่มีค่าตัวสูงสุดในโลก และเขาจะมาอยู่ ณ จุดที่ดีต่าง ๆ ในชีวิตไม่ได้เลยหากไม่รับโอกาสที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตเขา นั่นก็คือการได้เข้าร่วมเป็นนักเตะของทีมกับอคาเดมี่ โบค่า จูเนียร์ส นั่นเอง

จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 นักเตะที่กล่าวมานั้น แม้ว่าชีวิตของพวกเขาจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ด้วยความสามารถ ความมุมานะอุตสาหะ ความรักดีของพวกเขา ก็ทำให้เขาทั้งคู่สามารถสร้างทางเดินชีวิตที่ดีและมั่นคงให้กับตนเองและคนที่รักได้ในที่สุด