กัปตันทีมฟุตบอลนั้น…สำคัญกับตำแหน่งแชมป์อย่างไร

กัปตันทีมในการแข่งขันฟุตบอล มีความสำคัญอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นผู้นำของทีม อยู่ที่ว่าจะนำทีมไปสู่ความสำเร็จได้ไกลแค่ไหน บรรดาลูกทีมและโค้ชสามารถฝากความหวังเอาไว้ได้อย่างสนิทใจ และยังต้องพ่วงตำแหน่งผู้เล่นในเกมนั้นอีกด้วย สิ่งสำคัญที่กัปตันทีมต้องมีก็คือ ภาวะผู้นำที่ดี การตัดสินใจที่เฉียบขาดหลักแหลม มองเกมการแข่งขันได้อย่างรอบรู้ จึงต้องอาศัยนักเตะที่มีประสบการณ์ในการเล่นและประสบการณ์ในการนำทีม มีทักษะในการให้กำลังใจและกระตุ้นลูกทีมให้กระฉับกระเฉงฮึดสู้ได้ตลอดเกมการแข่งขัน ถึงแม้ในบางครั้งจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบคู่แข่งก็ตาม ดังนั้นการเลือกสรรตำแหน่งกัปตันทีมฟุตบอลจึงมีความสำคัญ ที่ทุกทีมจะมองข้ามไปไม่ได้เด็ดขาด ทีมแชมป์โลกหลาย ๆ ทีม ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดมาได้ก็เพราะส่วนหนึ่งมาจากได้กัปตันทีมที่มีคุณสมบัติที่ดีนั่นเอง

4 สุดยอดกัปตันในตำนานทีมฟุตบอล ที่โลกต้องจดจำ        

  1. สตีเวน จอร์จ เจอร์ราร์ด (Steven George Gerrard) ผู้ที่ครองตำแหน่งกัปตันทีมให้กับสโมสรลิเวอร์พลูเป็นเวลานานที่สุดจนกลายเป็นตำนานที่น่าจดจำ นอกจากฝีเท้าในการเตะฟุตบอลแล้ว เจอร์ราร์ดยังสามารถเป็นผู้นำทีมที่ยอดเยี่ยมได้แบบควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อทีมต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด ท้อแท้ว่าจะต้องแพ้แล้วแน่ ๆ เจอร์ราร์ดกลับพลิกสถานการณ์เหล่านั้นได้และนำพาทีมสู่ชัยชนะอย่างสวยงาม ด้วยวาทะและการกระทำที่น่าเชื่อมั่น
  2. จอห์น จอร์จ เทร์รี (John George Terry) ต้องยกให้เขาผู้นี้เป็นกัปตันผู้ยิ่งใหญ่แห่งเชลซีเลยทีเดียว ทุกคนในทีมมีความศรัทธาในตัวเทร์รีมาก เพราะได้นำทีมขึ้นสู่แชมป์ลีกได้อย่างสวยงาม และถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เชลซีประสบความสำเร็จได้มากที่สุด ก่อนที่จะยุติบทบาทนักฟุตบอลลงเมื่อไม่นานมานี้
  3. โทนี อเล็กซานเดอร์ แอดัมส์ (Tony Alexander Adams) ผู้ที่มีใจรักเดียวกับทีมอาร์เซนนอล มีสไตล์การเล่นที่ดี มุ่งมั่นและมีความแข็งแกร่ง พร้อมทั้งมีภาวะผู้นำสูงจนเป็นที่เคารพจากเพื่อร่วมทีมรวมไปถึงกลุ่มแฟนบอลอีกด้วย มีสถิตินำพาทีมคว้าแชมป์แบบ 2 ฤดูกาลซ้อนถึง 2 ครั้ง
  4. สตีเฟน โรเจอร์ บรูซ (Steven Roger Bruce) ตำนานอีกบทหนึ่งที่น่าจดจำในฐานะกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนจะมาเป็น ผู้จัดการทีมให้กับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เพราะสามารถแก้สถานการณ์ทีม ปีศาจแดงที่กำลังย่ำแย่ให้กลับมาผงาดเป็นแชมป์ได้อย่างงดงามอีกครั้งในช่วงปี ค.ศ.1992-1996

บทบาทสำคัญที่กัปตันทีมฟุตบอลต้องมีคืออะไรบ้าง…

เพราะผู้นำจำเป็นต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม คือ

  • มีประสบการณ์ในการแข่งขันสูง มีฝีมือที่โดดเด่นไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม
  • มีความเข้าใจกฎระเบียบอย่างดีและสามารถถ่ายทอดให้กับลูกทีมได้อย่างมีความน่าเชื่อถือ
  • มีการสื่อสารและเป็นแบบอย่างที่ดี มีเทคนิควิธีที่คอยกระตุ้นลูกทีมให้ฮึดสู้ได้แม้ในยามวิกฤต
  • มีความรับผิดชอบสูง มีน้ำใจนักกีฬา สามารถควบคุมสถานการณ์ต่าง ๆ ให้คลี่คลายไปในทางที่ดีได้

ดเวย์น เดอะร็อค’จอห์นสัน (Dwayne The Rock Johnson) และรอยสักมหัศจรรย์ของเขา

ดเวย์น เดอะร็อค’จอห์นสัน (Dwayne The Rock Johnson) หรือชื่อที่นิยมเรียกสั้น ๆ และเป็นที่รู้จักทั้งในวงการมวยปล้ำและดารานักแสดง โปรดิวเซอร์วงการฮอลลีวูดชาวอเมริกันชื่อดังว่า… เดอะร็อค นอกจากนี้ยังมีความสามารถและบทบาทอื่น ๆ อีกหลากหลายทีเดียว ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก บนตัวของเขามีรอยสักที่ดูแล้วน่าสะดุดตาเป็นอย่างมาก บนหน้าอกและแขนข้างซ้าย ซึ่งหลาย ๆ คนที่เห็นแล้วรู้สึกถึงความมหัศจรรย์เกี่ยวกับรอยสักของเขาเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าต้องมีที่มาที่ไปและความหมายที่หลาย ๆ คนอยากทราบเกี่ยวกับเรื่องราวรอยสักนั้น เพราะว่า เดอะร็อคเป็นที่ชื่นชอบของคนในหลายวงการ ต้องยอมรับว่าตัวเขาและความสามารถของเขามีเสน่ห์มาก รวมถึงเสน่ห์ในรอยสักนั้นด้วย

 ทำความรู้จักกับรอยสัก The Rock ตัวตนที่ซ่อนเอาไว้นั้นคืออะไร

  1. รอยสักชนเผ่า ถือว่ามีความโดดเด่นอยู่บนไหล่และแขนของ เดอะร็อค ที่ดูเผินมีความคลาสสิกสวยงามอย่างศิลปะแต่ความหมายที่แฝงอยู่คือ หมายถึงครอบครัว การปกป้องครอบครัวและมีจิตวิญญาณนักรบผู้องอาจกล้าหาญ โดยแยกเป็นส่วนของ
    – ดวงตาที่ยิ่งใหญ่ซึ่งซ่อนจิตวิญญาณของศัตรูเอาไว้ มักจะทำให้ไขว่เขวลังเลในยามเผชิญหน้า
    – การหมุนรอบบริเวณไหล่ แสดงถึงเรื่องราวของเขาทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต
    – วิญญาณนักรบ เชื่อว่าจะช่วยให้เขาเอาชนะอุปสรรคได้ นี่คือเหตุผลสำคัญที่สักเอาไว้ทำมันเหนือหัวใจ
    – ใบมะพร้าวบนไหปลาร้า คือ สัญลักษณ์แทน หัวหน้านักรบซามัวและมีดวงอาทิตย์ด้านหลัง สื่อถึงแสงสว่างและความโชคดี
    – รูปครอบครัวบนหน้าอกและสองตา สื่อถึงครอบครัวที่เข้ารักและบรรพบุรุษที่เคารพรักเช่นกัน
    – ใบหน้าที่หักซึ่งมีฟันฉลามแสดงถึงผู้พิทักษ์จิตวิญญาณของเขาและการต่อสู้ดิ้นรนตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง
    – นักบวชซึ่งจะเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณช่วยให้นักรบมีพลังเหนือธรรมชาติ
    – หิน สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความอุดมสมบูรณ์
    – กระดองเต่า เป็นเกราะป้องกันจากวิญญาณและสิ่งชั่วร้าย
  2. รอยสักรูปกระทิงและวิวัฒนาการที่น่าอัศจรรย์ มันคือสิ่งที่สามารถบรรยายชีวิตของเขาได้ดีและน่าจดจำ ตั้งแต่เริ่มชีวิตของการเป็นเดอะร็อคคนธรรมดา แล้วมาเป็นนักมวยปล้ำที่มีชื่อเสียงจากความสามารถและความบากบั่นพยายามแล้วยังได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในวงการฮอลลีวูด ซึ่งใคร ๆ ก็ใฝ่ฝันในความสำเร็จแบบเขา รอยสักนี้มีไว้เพื่อเตือนถึงความมีพลังที่ไม่หยุดยั้งเพื่อจะก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างาม

The Rock กับสังเวียนมวยปล้ำที่ทำให้กลายเป็นไอดอลของนักมวยปล้ำรุ่นใหม่

เดอะร็อค คือสายเลือดของนักมวยปล้ำอย่างแท้จริง ตั้งแต่รุ่นปู่ จึงได้ซึมซับวิถีชีวิตของการเป็นนักกีฬามวยปล้ำ และด้วยความเอาจริงเอาจังจึงได้กลายเป็นดาวเด่นที่มีลีลาการชกบนสังเวียนมวยปล้ำอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะ สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้แบบสวยงาม จนเรียกได้ว่าเป็นนักมวยปล้ำมืออาชีพและซูเปอร์สตาร์เจ้าสังเวียน โดยมีรางวัลขวัญใจมหาชน หรือ ThePeople Champ นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์โลกมวยปล้ำอีกหลายรายการอย่างเช่น สังเวียน WWE, WCW เป็นต้น จึงน่ายกย่องและน่าเอาเป็นแบบอย่างของการเป็นนักกีฬาที่ดีได้

รอยสักนักบาสเกตบอล NBA ที่ดูดีและมีเสน่ห์ไม่แพ้ใคร

นักบาสเกตบอลในระดับโลก ความสนใจของแฟน ๆ กับรอยสักของพวกเขาอาจจะไม่ใช่ประเด็นร้อนแรงเหมือนกับนักฟุตบอล หรือนักมวย แต่นักกีฬาบางคนก็มีรอยสักที่ดูดีและโดดเด่นไม่น้อยเลยทีเดียว แล้วยังสามารถสื่อความหมายเพื่อบอกความเป็นตัวเองได้เป็นอย่างดีเช่นกัน แฟนตัวยงนักบาสเกตบอลชื่อดังอาจจะสะดุดตาได้เลยกับรอยสักนั้นเห็นก็รู้ได้ทันทีว่าคือใคร ซึ่งเหตุผลในการมีรอยสักนั้นก็คล้าย ๆ กับนักกีฬาประเภทอื่น ๆ มันสามารถบอกถึงความทรงจำบางอย่างในชีวิตที่สำคัญ เป็นประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดี ซึ่งพวกเขาอยากเก็บเอาไว้ อย่างน้อยก็เพื่อเตือนใจตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ จุดเริ่มต้น สิ่งที่วาดฝัน หรือสิ่งที่รักและหวงแหนที่สุดในชีวิตก็ตาม นอกจากนี้อาจจะมาจากเหตุผลของความสวยงาม ดูดีและหลงใหลในศิลปะของรอยสักก็ได้เช่นกัน

3 ผู้เล่นบาสเกตบอล NBA ที่มีรอยสักที่ดูดีและสวยงามที่สุด

1.ออสติน ริเวอร์ (Austin Rivers) นักกีฬาชื่อดังแห่งวงการ NBA กับรอยสักสุดคูล ไม่แพ้ความสามารถของเขา อย่างเช่น สักอักษร G.F.B ซึ่ง G หมายถึงพระเจ้า F หมายถึงครอบครัวของเขาและ B หมายถึงบาสเกตบอล ด้านล่างมีสัญลักษณ์ของไม้กางเขนหัวใจและแป้นบาสเกตบอล สิ่งเหล่านี้คือชีวิตและจิตวิญญาณของเขานั่นเอง, รอยสัก FAITH ข้างมือขวามีความหมายถึงความศรัทธาและรอยสักที่เป็นเหมือนข้อความยาว ๆ บางอย่างใต้แขนซ้าย ความหมายของข้อความนั้นคือวิธีเอาชนะความกดดันและความล้มเหลวที่ใช้ได้ผลกับตัวเอง และยังมีรอยสักอีกหลายรูป คือ รูปพระเยซูและพระแม่มารี, ภาพวาดของมาร์ตินลูเธอร์คิงและดอกกุหลาบ ล้วนแต่มีความหมายและยังสวยงามอีกด้วย

2.เจเจ เรดดิค (JJ Redick) เป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพชาวอเมริกันที่เล่นให้กับทีม New Orleans Pelicans ของ NBA และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ผู้มีรอยสักที่ให้ตัวของเขาได้รู้ว่าพระเจ้าได้มอบสิ่งหนึ่งเอาไว้ให้กับเขา อย่างเช่น ข้อพระคัมภีร์บนแขนขวา, รูปนางฟ้าปีกเปิดบนไหล่ซ้าย, รูปนกอินทรีย์บนแขนซ้าย, วัวและสิงโตมีปีก ซึ่งเป็นการสื่อความหมายในทางความศรัทธาในศาสนา

3.เลอบรอนเจมส์ (Lebron James) ดาวเด่นแห่ง Los Angeles Lakers NBA เขามีรอยสักที่น่าสนใจบนร่างกายมากเช่นกัน โดยเฉพาะสักคำว่า CHOSEN1 ซึ่งก็คือผู้ที่ถูกเลือกอีกหนึ่งคน ให้เป็นบุคคลสำคัญที่น่ายกย่อง, สิงโตสวมมงกุฎสื่อถึงการเริ่มต้นชีวิตนักบาสเกตบอลใน NBA, WITNESS หลังจากประสบความสำเร็จในปี พ.ศ.2549 และรอยสักครอบครัว ทั้งที่สื่อถึงแม่ในคำว่า Gloria รูปลูกชายของเขาและอักษรย่อชื่อของเขาเอง L และ J บนแขนซ้ายและขวา เป็นต้น

ความหมายของรอยสัก นำพาชัยชนะในเกมการแข่งขันได้…จริงหรือไม่

ส่วนหนึ่งของชัยชนะในเกมการแข่งขันกีฬาก็คือ กำลังใจที่ดี นอกจากการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงแล้ว เพราะการมีที่พึ่งทางใจจะสามารถทำให้เกิดความฮึกเหิม กระหายชัยชนะได้มากขึ้น เหมือนทำให้เกิดพลังที่จะเล่นตลอดเกมการแข่งขัน ในกีฬาบาสเกตบอลก็เช่นกัน ความหมายต่าง ๆ จากรอยสักบนตัวนักกีฬาจะคอยเตือนให้พวกเขามีกำลังใจที่ดีอยู่เสมอ ไม่คิดย่อท้อต่ออุปสรรคที่ต้องพบเจอทั้งในเกมและนอกเกมการแข่งขัน จึงทำให้ได้ก้าวขึ้นสู่นักกีฬาระดับโลกได้อย่างสง่างาม

กว่าจะเป็นดาวเด่นและแชมป์เปี้ยนแห่งฤดูกาลพรีเมียร์ลีก

การคว้าแชมป์ในฤดูกาลแห่งพรีเมียร์ลีก (Premier League) ของทีมฟุตบอลในประเทศอังกฤษนั้นไม่ใช่การได้มาแบบง่าย ๆ บางสโมสรรอมานานมากก็ยังไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสของชัยชนะเลยสักฤดูกาล แต่ก็มีบางสโมสรที่ครอบครองแชมป์ได้นานที่สุด อย่างทีมปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือแชมป์ทีมล่าสุดในต้นฤดูกาลที่ผ่านมาอย่าง ทีมหงส์แดง ลิเวอร์พลู ซึ่งเรียกว่าเป็นแชมป์เปี้ยนที่รอเวลามายาวนานมากในรอบ 30 ปีเลยทีเดียว ทำให้ทุกสโมสรมีความกระหายชัยชนะอย่างมาก ต้องฝึกซ้อมอย่างทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจและแรงเงินอัดฉีดจำนวนมาก เพื่อให้มีโอกาสได้เข้าใกล้ถ้วยแชมป์ได้มากที่สุด

ในแต่ละลีกจะปรากฏดาวดวงใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่นจนผู้จัดการทีมทุกทีมต้องจับตามองพวกเขาเอาไว้ให้ดี และจะมีความเชื่อมั่นต่อมาว่าพวกเขาเหล่านี้จะสามารถใช้ความสามารถและความเก่งกาจที่มีนำทีมให้ก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ในลีกได้ ไม่ว่าจะทำหน้าที่อยู่ในตำแหน่งใดก็พร้อมที่จะทุ่มสุดตัวเพื่อแลกตัวมาเสริมทัพ ความแข็งแกร่งให้กับทีม

ใครกันบ้าง…ที่เป็นดาวเด่นและแชมป์เปี้ยนแห่งฤดูกาลพรีเมียร์ลีก

1.Lionel Messi เป็นนักฟุตบอลชื่อดังที่ค้าแข่งให้กับสโมสรบาร์เซโลนาและทีมชาติอาร์เจนตินา เขาได้สร้างสถิติสำหรับการทำประตูและได้รับรางวัลจนเป็นที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกในฐานะผู้เล่นที่ดีที่สุดในวงการฟุตบอล โดยเป็นนักเตะที่มีทักษะและฝีเท้าเฉียบคมทั้งความเร็วและการทำประตู ซึ่งมีสถิติการทำประตูมากที่สุดคนหนึ่งในฤดูกาล

2.Dani Ceballos จากทีมอาร์เซนนอล เล่นในตำแหน่งกองกลาง ได้โชว์ฝีไม้ลายมือให้เห็นถึงทักษะการจ่ายบอลที่แม่นยำ ซึ่งถือว่าอาร์เซนอลยังไม่มีโอกาสได้ดาวจรัสแสงแบบนี้มานานพอสมควร แต่เขาสามารถเชื่อมโยงการเล่นให้กับผู้เล่นคนอื่น ๆ ทีมได้อย่างยอดเยี่ยม

3.Daniel Owen James ที่มีโอกาสคว้านักเตะยอดเยี่ยมแห่งทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาแล้ว ถือว่าเป็นปีกดาวรุ่งคนหนึ่งที่มีความเร็วในการเล่น ที่สำคัญเป็นนักเตะที่มีวินัยยอดเยี่ยมน่าเอาเป็นแบบอย่าง

4.Christian Mate Pulisi ถึงแม้ว่าจะเป็นชาวอเมริกัน แต่ก็ได้เลือกเส้นทางที่มุ่งเข้าสู่การเป็นดาวดวงใหม่ในพรีเมียร์ลีก อย่างทีมเชลซี มีทักษะดีรอบด้านในตำแหน่งกองหน้าและด้วยวัยเพียง เพิ่งจะ 20 เท่านั้น โดยเฉพาะการเลี้ยงบอลริมเส้น มีจังหวะที่ดีในการจบสกอร์บอลที่ยอดเยี่ยม

5.Rodrigo Hernandez นักเตะตำแหน่งกองกลางของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เรียกว่าค่าแลกกับความสามารถที่เขามีนั้นแพงที่สุดในประวัติการณ์ของทีมเลยทีเดียวด้วยสไตล์การเล่นที่มีความนิ่ง สุขุม ควบคุมสมาธิได้ดีเยี่ยม เท้าติดลูกฟุตบอลเหนียวแน่นในสนามแบบหาตัวจับยาก

พรีเมียร์ลีก เป็นลีกที่ดีที่สุดแห่งการแข่งขันฟุตบอลใช่หรือไม่

พรีเมียร์ลีก ถือว่าเป็นลีกที่มีผู้คนติดตามดูการแข่งขันมากที่สุดในโลก เพราะว่ามีนักกีฬาฟุตบอลชื่อดังและมีความสามารถที่หลายหลาย ดูแล้วสนุกที่ได้ร่วมลุ้นในเกมถือว่าเป็นเกมกีฬาที่ดีทีสุดในโลกเกมหนึ่งแน่นอน จากลีกฤดูกาลที่ผ่านมาว่าน่าทึ่งแล้ว ก็ไม่ควรพลาดในฤดูกาลต่อไปว่าทีมในดวงใจทีมใดจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จ

ลิเวอร์พลู (Liverpool ) กับชัยชนะที่รอมานาน และความท้าทายในฤดูกาลใหม่

ชัยชนะของทีมหงส์แดงลิเวอร์พลู คือสิ่งที่เป็นจุดสูงสุดของการพัฒนาในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ และเหตุการณ์สำคัญที่เป็นประวัติศาสตร์เช่นนี้ไม่มีทางที่พวกเขา ตั้งแต่เหล่าผู้จัดการทีม สต๊าฟโค้ชและนักกีฬาจะไม่จดจำไปตลอดกาล และคงไม่เบื่อแน่ ๆ ที่จะหวนคิดถึงแล้วเล่าสู่คนรุ่นหลังฟังในอนาคตข้างหน้า นอกจากนี้ยังต้องการเป็นแชมป์อีกในสมัยต่อ ๆ ไป ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ทั้งทีมมีความกดดันอยู่มากก็ตาม แต่ก็ยังมีใจฮึดสู้มากขึ้นเช่นกัน โดยภายใต้การนำทีมอย่าง เจอร์เก้น คลอปป์ (Jürgen Norbert Klopp) ในฐานะผู้จัดการทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติในฤดูกาล 2019 และเป็นช่วงเวลาของทีมลิเวอร์พูลอย่างแท้จริง จากผลการแข่งขันที่ดีที่สุดในรอบ 30 ปี ฟังดูแล้วยาวนานมากทีเดียวแล้วกลายมาเป็นทีมที่มีความพร้อมครบเครื่อง

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ ความหวังกับการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ของลิเวอร์พลู

แน่นอนความหวังในการคว้าแชมป์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ของลิเวอร์พลู ซึ่งจะกลายเป็นสมัยที่ 2 และติดต่อกันเป็นดับเบิ้ลแชมป์ ทำให้กลายเป็นโจทย์ที่มีความกดดันไม่น้อยเลย โดยเฉพาะกุนซือใหญ่อย่าง คลอปป์ ดังนั้นทุกคนในทีมจะต้องทำอย่างไรบ้าง

  • ต้องปรับปรุงวิธีการเล่นให้ดีและมีความคงเส้นคงวาเหมือนที่เคยเป็นมาในฤดูกาลแห่งแชมป์ อาจฟังดูเป็นสิ่งที่ไม่ยากมากนัก แต่การควบคุมทีมให้มีความสม่ำเสมอสำหรับการฝึกซ้อม สิ่งสำคัญคือความมีวินัยและทุ่มเทของตัวนักกีฬาทุกคนในทีมด้วย เพื่อชนะความท้าทายครั้งใหม่แบบสวยงามอีกครั้งหนึ่ง
  • มีนักเตะที่ลงตัวในทุกตำแหน่ง เพราะมีการลงทุนซื้อนักเตะที่ไม่เสียเปล่าอย่างเช่น อลิสสัน เบ็คเกอร์ (Alisson Becker) ผู้รักษาประตู, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค (Virgil van Dijk) ในตำแหน่งกองหลัง และแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน(Andrew  Robertson) ในตำแหน่งกองหลัง เรียกได้ว่าวางแผนถูกทาง แล้วยังพัฒนาฝีมือจนกลายเป็นนักเตะคุณภาพเพื่อจะนำทีมสู่ชัยชนะ
  • ฟอร์มสไตล์การบุกที่เหนือชั้นและแม่นยำมากขึ้นอีก ซึ่งนอกจากจะทำให้เกมการแข่งขันมีความสนุกน่าติดตามแล้ว ลิเวอร์พลูยังจะมีโอกาสคว้าแชมป์ได้อีกสมัยอย่างแน่นอน เพราะการบุกที่มีประสิทธิภาพย่อมดีกว่าการรอเพื่อตั้งรับเพียงอย่างเดียวแน่ ๆ

รายส์ วิลเลี่ยม (Rhys Williams) ผู้คว้าประชัยให้กับลิเวอร์พลู

รายส์ วิลเลี่ยม (Rhys Williams) ซึ่งเป็นผู้ที่ยิงประตูชัยให้กับทีมหงส์แดง ลิเวอร์พลูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019 ที่ผ่านมาและในรอบประวัติศาสตร์ 30 ปี ถึงแม้จะเป็นลูกโทษ แต่ก็น่าเชื่อว่าได้สร้างความกดดันให้เด็กหนุ่มวัยเพียง 19 ปีอย่างวิลเลี่ยมอยู่ไม่น้อยทีเดียว แต่เขาก็สามารถยิงเข้าประตูไปได้อย่างสวยงามและทำให้ทีมได้ครอบครองถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ลิเวอร์พลูรอมานานแบบสวยหรู จนได้มีการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้ และวิลเลี่ยม ก็ได้เซ็นสัญญาแบบอยู่ยาวกับทีมต่อไป

เจอร์เก้น คลอปป์ (Jürgen Klopp) ความหวังและครั้งใหม่ของหงส์แดง

เจอร์เก้นคลอปป์ เป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ถือว่าเป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก โดยในช่วงชีวิตของเขานั้นได้ผ่านมาหลากหลายบทบาท ทั้งนักกีฬาฟุตบอล โค้ชและได้มาเป็นกุนซือผู้จัดการทีมให้กับลิเวอร์พลูในปี 2015 จนทำให้ความหวังของทีมหงส์แดงกลับมาส่องสว่างอีกครั้งในช่วงฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2019-2020 จากการคว้าแชมป์แห่งฤดูกาลมาได้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นก็สามารถเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางเกมเอาไว้

เจอร์เก้นคลอปป์ มีรางวัลจากบ้านเกิดของเขาเป็นเครื่องการันตีในความสามารถ คือ ตำแหน่งผู้จัดการยอดเยี่ยมแห่งปี 2011-2012 ของฟุตบอลเยอรมัน และรางวัลโค้ชแห่งปีในศึกฟีฟ่าซึ่งคว้าอันดับ 2 ในปี 2013 เขามีบุคลิกที่มีเสน่ห์จากรอยยิ้มที่มักจะมอบให้ผู้คนรอบข้างเสมอและยังมีความแน่วแน่ กระตือรือร้น นำทีมแบบนักสู้ที่ฮึกเหิม จนประสบความสำเร็จออกมาสู่สายตาแฟนบอลทั่วโลก

บทบาทสำคัญของกุนซือใหญ่ ในศึกพรีเมียร์ลีก

  • การตัดสินใจและมีเทคนิควิธีเพื่อกำหนดรูปแบบการเล่นของทีม รวมทั้งการเลือกผู้เล่นสำหรับลงแข่งขันในรายการสำคัญได้อย่างลงตัว โดยอาจจะมีการซื้อตัวผู้เล่นที่คิดว่ามีความจำเป็น หรือขายตัวผู้เล่นออกจากทีมก็สามารถทำได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของทีมในช่วงเวลานั้น
  • มีความสามารถในการสร้างแรงจูงใจและขวัญกำลังใจให้กับทีมได้อย่างแนบเนียน เพื่อลดความกดดันต่าง ๆ ที่ต้องมีตลอดการแข่งขัน เพราะการเล่นแบบมีความกดดันน้อยที่สุดมักจะประสบความสำเร็จได้ดีที่สุดเช่นกัน
  • มอบหมายหน้าที่ให้กับโค้ชรวมถึงการฝึกสอนที่ถูกวิธี และที่สำคัญยังต้องแบ่งหน้าที่ไปถึงเจ้าหน้าด้านการแพทย์และการพยาบาลอีกด้วย
  • การดูแลเรื่องข้อตกลงและสัญญาของลูกทีมให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและยุติธรรม อาจจะต้องระมัดระวังเรื่องข้อขัดแย้งซึ่งสามารถเกิดขึ้นภายหลังได้ แต่กุนซือที่มีความเฉลียวฉลาดมักจะจัดการได้อย่างลงตัวเสมอ
  • รักษาผลประโยชน์ของทีมเป็นสำคัญ และควรมีวิธีทำให้ทีมเกิดการพัฒนาและเจริญเติบโต หรือมีรายได้เพิ่มขึ้น อย่างเช่น การรับงานด้านโฆษณาสินค้าบางประเภทให้กับนักกีฬาชื่อดังในทีม เป็นต้น
  • พร้อมเผชิญหน้ากับสื่อ หรือการแถลงข่าวเกี่ยวกับทีม และมีวาทะที่สุขุมรอบคอบ ตอบคำถามได้แบบมีไหวพริบที่ดี ไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกแย่

เจอร์เก้น คลอปป์ (Jürgen Klopp) คือความสมบูรณ์แบบของกุนซือในฤดูกาล…หรือไม่

ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา ต้องมีคนอยากรู้จักกุนซือทีมหงส์แดง ลิเวอร์พลูอย่างมากเลยทีเดียว เพราะอยากทราบว่าเขามีกลยุทธ์อะไรที่มาทำให้ทีมผงาดอีกครั้งได้อย่างงดงาม และต้องกลายเป็นประวัติศาสตร์ของโลกที่น่าจดจำไปตลอดกาล จากนี้ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปี ก็ต้องหวนกลับมาคิดถึง และหนึ่งในนั้นก็คือชื่อของ เจอร์เก้น คลอปป์ (Jürgen Klopp) จึงไม่น่าจะผิดนัก ถ้าจะเรียกเขาผู้นี้ว่า กุนซือผู้มีความสมบูรณ์แบบแห่งฤดูกาล

ดีน เฮนเดอร์สัน (Dean Henderson) ดาวเด่นซุปเปอร์เซฟดวงใหม่ของทีมปีศาจแดง

ดีน เฮนเดอร์สัน (Dean Henderson) ได้กลายเป็นดาวรุ่งอีกดวงหนึ่งของวงการฟุตบอล โดยเฉพาะที่น่าทึ่งที่สุดคือการได้เข้าเซ็นสัญญากับทางสโมสรทีม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2020 นี้ แล้วยังเป็นสัญญาระยะยาวอีกด้วย นั่นเป็นเพราะรูปแบบการรักษาประตูที่เป็นมืออาชีพ การันตีได้จากรางวัลล่าสุดอย่าง รางวัลถุงมือทองคำและรางวัลที่เคยได้รับ คือ ดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีเมื่อตอนที่อยู่สังกัดทีมเชฟฟิลด์

ถึงแม้ว่า ดีน เฮนเดอร์สัน จะอายุยังน้อยแต่ระดับฝีมือนั้นสามารถเทียบชั้นกับรุ่นพี่ได้อย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อยเขาได้โอกาสที่ดีที่จะสามารถพิสูจน์ฝีมือตัวเองได้ในสนามพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลต่อไป เพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้กับทีมปีศาจแดง แมนยูฯ เพราะการแก้เกมการเล่นและการเปลี่ยนผู้เล่นในวงการฟุตบอลถือเป็นเรื่องปกติ ทุกการเปลี่ยนแปลงมักจะสร้างดาวเด่นดวงใหม่อยู่เสมอ

ดีน เฮนเดอร์สัน สามารถเป็นคำตอบที่ดีของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้หรือไม่?

ในการเซ็นสัญญาระยะยาวให้กับนักกีฬาฟุตบอลอย่างทีมยักษ์ใหญ่แบบทีม แมนยูฯ หมายถึง ต้องมีความเชื่อมั่นในตัวนักเตะอย่างมาก เชื่อมั่นในฝีมือ โดยต้องมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตากุนซืออย่าง อูเลอ กึนนาร์ ซูลชาร์ (Ole Gunnar Solskjær) ซึ่งเขาก็มีความยินดีในการต้อนรับ ดีน เฮนเดอร์สันเนื่องจากเชื่อมั่นในประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมานานกับเชฟฟิลย์ ยูไนเต็ด จึงสามารถก้าวขึ้นสู่นักฟุตบอลอาชีพได้อย่างเต็มตัวกับทีมชุดใหญ่

ดีน เฮนเดอร์สัน ก็ได้มากับความเชื่อมั่นในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม เพราะว่าตัวเขาเองจะมีความพยายามและพัฒนาตัวเองมากขึ้น เพื่อให้สมกับความไว้วางใจที่ทีมแมนยูฯ มีให้ แน่นอนว่าดาวซุปเปอร์เซฟดวงใหม่นี้จะสามารถเข้ามาผลักดันทีมให้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเต็งในตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง อย่างน้อยก็ช่วยกระตุ้นความสามารถของ ดาบิด เด เคอา(David de Gea) ผู้รักษาประตูที่ยังคงมีระยะเวลาของสัญญาเหลืออยู่ ให้ฮึกเหิมและทำหน้าที่ได้ดีอีกครั้ง

การเปลี่ยนแปลงของทีมปีศาจแดง แมนยูฯ จะมีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในอนาคตอันใกล้ได้ไหม?

ทุกผลลัพธ์จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะไปในทางที่ดีขึ้นได้หรือไม่ก็ตาม กรณีของการจัดการและการวางแผนเกมการเล่นของแมนยูฯในฤดูกาลต่อไปก็เช่นกัน เพราะการพัฒนาฟอร์มการเล่นที่มีแนวโน้มว่าดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยอาศัยแรงกระตุ้นจากนักกีฬาในทีม อย่างเช่น บรูโน่ แฟร์นันด์ส (Bruno Fernandes) เข้ามาอยู่กับทีม แล้วคอยกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างดี และมีสไตล์การเล่นแบบมีทักษะการครองบอลได้เยี่ยมยอด เปิดบอลแม่น ให้กับเพื่อนร่วมทีมได้สามารถเล่นต่อเกมได้ดี ในส่วนของการเริ่มฤดูกาลใหม่ ถือว่าทำได้ดีขึ้น ถึงแม้จะเสมอกับทีมเจ้าบ้านเชลซีก็ตาม แต่ก็มีโอกาสยิงประตูหลายครั้ง โอกาสทวงคืนตำแหน่งแชมป์ยังไม่มืดมนแน่นอน

เบื้องหลังความมั่นใจของชัยชนะ นักมวยไทย ไปได้ไกลระดับโลก คืออะไร….

ความศรัทธาและความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจอย่างหนึ่งที่อยู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมายาวนาน แม้แต่นักกีฬาชื่อดังระดับนักมวยเข็มขัดแชมป์ก็ยังต้องมีความศรัทธานี้เช่นกัน นั่นคือ การสักยันต์ เป็นเบื้องหลังความมั่นใจหนึ่งของชัยชนะนักมวยไทยที่สามารถนำพาชื่อเสียงประเทศไทยและศิลปะมวยไทยไปไกลระดับโลก อันที่จริงแล้วรอยสักยันต์นี้ก็คือสัญลักษณ์หนึ่งตามความเชื่อในทางพระพุทธศาสนา ในสมัยโบราณจะสักเฉพาะผู้ที่บวชเป็นพระเท่านั้น แต่ต่อมาได้เผื่อแผ่มายังเหล่าทหาร นักรบที่ป้องป้องบ้านเมืองจากข้าศึกศัตรู เพื่อเป็นขวัญและกำลัง หรือเพิ่มความมั่นใจให้แก่พวกเขาได้มากอย่างน่าอัศจรรย์ จึงกลายเป็นความศรัทธามาจนถึงปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะในกีฬาประเภทต่อสู้ อย่างมวยไทย

รอยสักนักมวยไทยที่ได้รับความนิยม สวย ขลังสมกับคำล่ำลืออย่างไรบ้าง

  • รอยสักยันต์ 9 ยอด ที่คนไทยมีความศรัทธามาแต่โบราณว่าจะฟัน-แทงไม่เข้า โดยเฉพาะเหล่าทหารนักรบผู้ปกป้องชาติบ้านเมือง ที่ต้องออกไปต่อสู้ฟาดฟันและอาจเสี่ยงกับการเสียชีวิต นิยมสักเอาไว้บริเวณท้ายทอยส่วนในปัจจุบันยังถือเป็นศิลปะอันสวยงามตามแบบอย่างของไทย ที่แม้แต่ชาวต่างชาติยังให้ความสนใจและหลงรักในศิลปะสักยันต์ 9 ยอดนี้ด้วย แต่มีข้อแม้ หรือข้อควรปฏิบัติดี ๆ สำหรับผู้ที่สักแล้วต้องประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมอันดีตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา
  • รอยสักยันต์ 5 แถว หรือ 5 บรรทัด โดยมีความหมายตามแถวยันต์ที่สักคือ
  • คาถามหานิยม จะมีชื่อเสียงและได้รับความนิยม
  • มีคนคอยให้ความค้ำจุนหนุนนำ
  • มีความสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงาน
  • เสริมราศีประจำตัวผู้สักยันต์
  • คาถามหาเสน่ห์
  • รอยสักเสือคู่ เพราะรูปเสือคือสัญลักษณ์ของความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ
  • รอยสักหนุมาน เพราะหนุมานเป็นสัญลักษณ์แห่งความเก่งกาจ แคล่วคล่องว่องไว มีผีมือด้านการต่อสู้แบบไร้เทียมทาน จึงสมกับเป็นทหารเอกของพระรามในวรรณคดีรามเกียรติ
  • รอยสักเสือเหลียวหลัง ซึ่งมีเสือลายพาดกลอนตัวใหญ่ดูเด่นเป็นสง่าน่าเกรงขาม แสดงถึงผู้มีอำนาจบารมี ป้องกันภัยและเสริมดวงชะตาชีวิต
  • รอยสักรูปครูมวยโบราณ นายขนมต้ม อดีตนักมวยคาดเชือกในสมัยโบราณที่มีความมุ่งมั่น จนได้รับการยกย่องให้เป็นครูมวยไทยมาจนถึงปัจจุบัน

นักมวยไทยแชมป์โลก ชนะทั้งเกมการแข่งแล้วยังชนะใจแฟนมวยอีกด้วย

รอยสักที่สร้างความมั่นใจและสร้างขวัญกำลังให้กับทับนักกีฬามวยไทยแล้ว ฝีมือการชกของมวยไทยยังเป็นที่ประจักษ์ในเวทีมวยโลกอยู่เรื่อยมา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมีเข็มขัดและตำแหน่งแชมป์โลกการันตีความสามารถมาแล้วหลายท่าน ไม่เพียงแต่ความเก่งกล้าสามารถเท่านั้นอีกเช่นกัน อัธยาศัยของนักกีฬามวยไทยยังเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แฟนมวยทั่วโลกให้ความชื่นชม จากความมีน้ำใจนักกีฬา ให้เกียรติคู่ต่อสู้ และมีความอ่อนน้อมถ่อมตน เหมือนกลายเป็นสัญลักษณ์ที่น่ารักของนักมวยไทย จึงกล่าวได้อย่างภาคภูมิใจว่ามวยไทยสร้างคน สร้างอาชีพและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้แบบงดงาม

รอยสักนักฟุตบอล โดดเด่นและเป็นตัวเองในแบบฉบับนักเตะดัง

รอยสักกับเหล่านักกีฬา โดยเฉพาะนักฟุตบอลชื่อดัง เหมือนเป็นแฟชั่นที่ออกแนวศิลปะบนผิวกาย แต่มีความหมายอันลึกซึ้งไม่มากก็น้อย เพราะแต่ละรอยสักนั้นมีที่มาที่ไปที่เกี่ยวข้องกับนักเตะชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของครอบครัว คนรัก สถานที่สำคัญ การแข่งขันนัดประวัติศาสตร์ หรือสัญลักษณ์ประจำตัวที่เจ้าตัวมีความเชื่อว่าดี นำโชคมาให้อยู่เสมอ แม้กระทั่งเพื่อเป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจบางอย่าง ไม่ว่าจะรอยสักแบบไหนก็ทำให้บรรดาแฟนคลับสนใจและอยากทราบเกี่ยวกับรอยสักเหล่านั้น จนบางคนนำไปสักเลียนแบบก็มีเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีความสวยงามจากศิลปะการวาดลวดลายของรอยสักจนเป็นความโดดเด่นหนึ่งประจำตัวของนักกีฬา เพราะมีลวดลายแปลกตา สวยและสง่างาม

รอยสักสวย 3 สไตล์แบบไอดอลขวัญใจแฟนบอล

  1. เมมฟิส เดอปาย (Memphis Depay) กับรอยสักรูปสิงโตเต็มแผ่นหลัง เพื่อบ่งบอกว่าเข้ามีความกล้าหาญและพร้อมสู้ทุกเวลา เพราะสิงโตเป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง ถึงแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากก็สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างหัวใจแกร่ง ไม่เกรงกลัวต่ออุปสรรคที่ต้องพบเจอ หรือ รูปรอยสักวงกลมเล็ก ๆ ที่ข้อมือ มีความหมายถึงความสัมพันธ์อันดีงามภายในครอบครัวและผองเพื่อนที่แสดงออกถึงความมีมิตรภาพ ความจริงใจซึ่งกันและกัน
  2. อัลเบร์โต โมเรโน (Alberto Moreno) กับรอยสักสะดุดตาแบบ 4 สัตว์ที่สื่อถึงความหมายอันลึกซึ้ง คือ
    – รูปลิงใส่แว่นตา หูฟังและถือปืนปิดปากเอาไว้ เพื่อสื่อถึงการหลักการใช้ชีวิตที่ดีในแบบของเขา คือ ไม่ดู ไม่ฟังและไม่พูดถึงสิ่งที่ไม่ดี เหมือนเป็นเครื่องเตือนใจตัวเองอยู่ตลอดเวลา
    – รูปเสือดาวพันผ้าพันคอลายสวย ซึ่งแสดงความหมายถึง ภายใต้ความละเอียดอ่อนนั้นก็สามารถมีความดุร้ายซ่อนอยู่ได้เช่นกัน
    – รูปหมีแพนด้าสวมหมวกและแว่นตาข้างเดียวแล้วยังคาบไปป์อีกด้วย ดูเหมือนไร้เดียงสาและน่ารัก แต่มันแสดงลึกซึ้งถึงความมีสติปัญญาอันเฉลียวฉลาดอยู่ลึก ๆ
    – รูปหมาน้อยน่ารักที่มีชื่อว่าอาลีสวมนวมและตั้งการ์ดพร้อมเสมอ เพื่อทำให้เจ้าหมาน้อยนั้นก็มีความแข็งแกร่งเช่นกัน
  3. นักเตะขวัญใจแฟนบอลตลอดกาลอย่าง เดวิด เบ็คแฮม (David Beckham) ที่มีรอยสักหลากหลายและความหมายกินใจ อย่างรูปพระเยซู เทพผู้พิทักษ์ ชื่อลูกชายและชื่อของภรรยาสุดที่รัก และเลขประตัวของเขาซึ่งเป็นเลขสร้างชื่อเสียงให้กับเขามาอย่างยาวนาน คือเลข 7 เป็นภาษาโรมัน

นักฟุตบอลมีรอยสักดีอย่างไร…ทำไมส่วนใหญ่จึงต้องมี

การเลือกศิลปะบนเรือนร่างอย่างรอยสักรูปต่าง ๆ ของเหล่านักเตะดังนั้น นอกจากความสวยงามและความเชื่อแล้วยังสามารถสร้างกำลังใจและความมั่นใจเวลาลงท่าแข้งได้เป็นอย่างดีเช่นกัน เพราะเหมือนได้พกพากำลังใจจากรอยสักนั้นลงสนามได้ด้วย อย่างเช่น รูป หรือชื่อคนในครอบครัวซึ่งนิยมกันมากเป็นอันดับหนึ่ง ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวก็ไม่ท้อถอย ยังยืนหยัดสู้ต่อไปได้อย่างมั่นใจและมีความมั่นคง จนกลายเป็นนักเตะที่มีผู้คนชื่นชอบ มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

ช่วงเวลาสั้น ๆ ในโรงละครแห่งความฝัน ของโอเดียน อิกาโล่

“ผมเติบโตขึ้นมากับการดูแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเล่นผ่านทางทีวี และชอบดูการเล่นของคู่หูกองหน้า อย่างแอนดี้ โคล และดไวท์ ยอร์ค พวกเขาคือแบบอย่างให้กับการเล่นฟุตบอลของผม และความฝันสูงสุดของผมคือการได้ลงเล่น ในโอลด์แทรฟฟอร์ดซักครั้งหนึ่งในชีวิต” นี่คือคำพูดที่โอเดียน อิกาโล่ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อปี 2016 โดยที่ไม่มีใครแม้แต่เจ้าตัวเองจะรู้ว่า ความฝันนั้นมันจะมีโอกาสเป็นจริง ในอีก 3 ปีต่อมา

เป็นที่รู้กันดีว่า สภาพทีมของปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ ไม่ได้ดีนัก ทั้งเกมรุกและเกมรับ และเริ่มจะเป็นที่รับไม่ได้ของบรรดาแฟนบอล โดยมีการเดินออกจากสนามก่อนเวลา เพื่อส่งสัญญาณไปถึงบอร์ดบริหารและผู้จัดการทีม ว่ามันถึงเวลาที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับทีมเสียที ก่อนที่สถานการณ์ต่าง ๆ มันจะเลวร้ายไปกว่านี้ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อกองหน้าตัวความหวังของทีมอย่างมาร์คัส แรชฟอร์ดมีอาการบาดเจ็บ ต้องพักยาวไปอีกคน ดังนั้นสิ่งที่โซลชาร์ต้องทำโดยด่วนคือการหากองหน้าเพื่อเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงในแนวรุกโดยเร็วที่สุด

ตลอดหนึ่งเดือนเต็มของช่วงตลาดหน้าหนาว ปีศาจแดงมีข่าวกับนักเตะมากมาย แต่ก็เหมือนจะเป็นข่าวโคมลอยซะเป็นส่วนใหญ่ จนแฟน ๆ เริ่มที่จะเอือมระอากับการเสริมทัพของทีม และผู้เล่นที่เป็นข่าวก็ต่างปิดดีลกับสโมสรอื่นกันไปทีละรายสองราย ทั้งเออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ที่ไปเปิดตัวด้วยแฮตทริค กับดอร์ทมุนด์ เอดิสัน คาวานี่ เตรียมย้ายไปแอตเลติโก มาดริด จนวันสุดท้ายก่อนตลาดวาย เหลือเพียงแค่โจชัว คิงส์ กับโอเดียน อิกาโล่ ที่เป็นตัวเลือกเพียงแสองคน แต่ด้วยเงื่อนไขด้านเวลาที่เหลือแค่ไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ค่าตัวของเด็กเก่าอย่างโจชัว คิงส์ถูกโก่งขึ้นไปถึง 40 ล้านปอนด์ ซึ่งเรียกได้ว่าฟันหัวแบะเลยทีเดียว ดังนั้นจึงเหลือเพียงเค้าคนเดียว คนที่ฝันอยากจะเล่นให้ยูไนเต็ดมาตลอดชีวิตอย่าง โอเดียน อิกาโล่

ใช่ครับสุดท้ายเหลือเขาเพียงคนเดียว แต่ช้าก่อนอย่าพึ่งคิดว่าเขาคือของเหลือเลือกจากทีมอื่น เพราะกว่าจะเบียดเข้ามาเป็นหนึ่งในตัวเลือกของปีศาจแดง แน่นอนว่าเขาต้องมีดีอยู่ในตัวแน่นอน โดยคุณสมบัติทางกายภาพ เขาเป็นกองหน้าที่มีส่วนสูง 188 เซนติเมตร ร่างกายแข็งแกร่งพร้อมชน มีความเร็วสูงและคล่องตัว ไปกับบอลได้ดี รวมทั้งจบสกอร์ใช้ได้ และแน่นอนเขาพร้อมจะทุ่มเทให้กับทีมที่เขาใฝ่ฝันจะเล่นให้อย่างแน่นอน

และถ้าจะพูดถึงเรื่องประสบการณ์ เขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าคู่แข่งคนอื่น ๆ โดยเขาผ่านการเล่นลีกใหญ่มาแล้ว ทั้งที่อิตาลี่ กับอูดิเนเซ่ และเชเซน่า ถึงจะลงเล่นรวมกันไปแค่ 9 นัด แต่ที่อูดิเนเซ่ เขาก็เคยร่วมงานกับเพลย์เมคเกอร์คนใหม่ของทีมอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส และผ่านเกมในลาลีกา สเปน กับกรานาด้า ถึง 64 นัด (12 ประตู) ก่อนย้ายมาเล่นให้วัตฟอร์ด และยิงถึง 20 ประตูพาทีมแตนอาละวาดเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ และในปีแรกเขาระเบิดประตูในลีกไปถึง 15 ประตู ก่อนจะดร็อปลงในปีต่อมา จนต้องย้ายไปโกยเงินหยวนที่แผ่นดินมังกร ซึ่งที่จีนนั้นนอกจากค่าเหนื่อยมหาศาลถึงสัปดาห์ละราว ๆ 300,000 ปอนด์แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เขาได้มาคือ ความมั่นใจ เพราะเขากลับมายิงระเบิดอีกครั้ง โดยใช้เวลา 2 ฤดูกาลครึ่ง ยิงไปถึง 46 ประตู จากการลงสนาม 72 เกม

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ บอกว่ากองหน้าที่เขาต้องการ คือคนที่พร้อมจะทำทุกอย่างทุ่มเทสุดตัว เพื่อให้ทีมได้ประตู และเชื่อว่าโอเดียน อิกาโล่ ก็พร้อมจะทุ่มเทสุดตัวเพื่อความฝันของเขาเช่นกัน แม้ว่าความฝันนี้จะเป็นช่วงสั้น ๆ เพราะมีเพียงสัญญายืมตัวระยะเวลา 6 เดือนเท่านั้น แต่ถ้าเขาทำให้ความฝันนี้เป็นฝันที่ดี หลังจบสัญญาระยะสั้นนี้ อาจจะมีความฝันที่ดีกว่ารออยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้