เจ อาร์ สมิธ ผู้เปลี่ยนรอยสักให้กลายเป็นเงินตรา

ในวงการเกมยัดห่วงอย่างบาสเกตบอลเอ็นบีเอในยุคปัจจุบันนี้ ไม่มีใครที่ไม่รู้จักนักบาสเก็ตบอลที่มีนามว่า เจอาร์ สมิธ ผู้ซึ่งเป็นมือยิงสามแต้มอารมณ์ศิลปินประจำทีม คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ทีมรองแชมป์ล่าสุดของ เอนบีเอ ปี 2018 และยังเป็นผู้เล่นบาสเก็ตบอลที่มีความชื่นชอบ จนถึงเกิดความหลงไหลในการสักเป็นชีวิตจิตใจ จนทำให้ร่างกายเต็มไปด้วยรอยสักที่สวยงามมากมายรอบตัว

โดยในอดีตนั้น เจอาร์ สมิธ ได้เล่นบาสเก็ตบอลให้กับทีมโรงเรียน Saint Benedict’s Preparatory School ในรัฐนิวเจอร์ซี่ย์ จนกระทั่งในปี 2004 ได้ทำการลาออกจากโรงเรียนเพื่อมาเข้าสู่วงการบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอด้วยการดราฟท์ค้นหาตัวผู้เล่นหน้าใหม่ของเอ็นบีเอในปีนั้น และด้วยฝีไม้ลายมือในการการยิงสามแต้มที่หาตัวจับได้ยาก ทำให้ทีม New Orleans Hornets หรือทีม New Orleans Pelicans ที่เป็นชื่อใหม่ในปัจจุบัน ได้เลือกผู้เล่นมือฉกาจหน้าใหม่รายนี้เข้าเข้าร่วมทีม ซึ่งต่อมาภายหลังได้กลายไปเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้แชมป์เอ็นบีเอกับทีม คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ ในปี 2016

นอกจากเรื่องฝีไม้ลายมือในวงการบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอที่ทุกคนได้ยอมรับนับถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว การออกแบบรอยสักที่คัดสรรมาสักไว้บนตัวก็ไม่แพ้กัน โดยรอยสักที่ เจอาร์ สมิธ ได้สักนั้นมีลวดลายหลากหลายรูปแบบที่เจ้าตัวเป็นคนออกแบบเองเกือบทุกรูปแบบทั่วร่างกาย แต่มีเพียงไม่กี่ลายเท่านั้นที่เป็นรอยสักที่เจอาร์ สมิธได้เลือกแบบมาจากที่อื่น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือรอยสักรูปเสื้อสีแดงหมายเลข 23 ของ ไมเคิล จอร์แดน จากทีม ชิคาโก บูลส์ ที่เป็นสัญลักษณ์ของนักบาสที่เก่งที่สุดในโลกและในดวงใจของเขาพร้อมทั้งยังมีตราสัญลักษณ์ของแอร์ จอร์แดน อันโด่งดังร่วมอยู่ด้วย

นอกจากนี้เมื่อได้มองเห็นว่ารอยสักของตัวเองมีความสวยงามและโดดเด่นแล้วจึงได้ทำการนำแบบรอยสักบนร่างกายไปสกรีนลงบนเสื้อเพื่อจัดวางจำหน่าย โดยได้จัดวางจำหน่ายในราคา 35 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,230 บาท ซึ่งผลลัพธ์ของยอดขายนั้นนับได้สูงถึง 35,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1 ล้าน 2 แสนบาท เท่ากับในการวางจัดจำหน่ายนั้น ขายเสื้อไปได้ถึง 1,000 ตัว

รอยสักบนร่างกายที่สวยงามสามารถเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเงินตราราวกับเป็นงานชิ้นเอกของศิลปินวาดภาพที่แฝงไปด้วยพลัง แม้ เจอาร์ สมิธ จะเป็นนักกีฬานักบาสเก็ตบอลและไม่ใช่ศิลปินนักวาดภาพ แต่ในการเล่นกีฬาทุกแขนงนั้น ได้แฝงไปด้วยศาสตร์ของศิลปะที่ซ่อนอยู่ในลีลาและแผนการเล่น จึงทำให้ความเป็นศิลปินภายในตัวของ เจอาร์ สมิธ นั้นได้ส่งผลลัพธ์ออกมาในรอยสักให้เห็นได้อย่างคาดไม่ถึง

 

เลอบรอน เจมส์ ราชาเอ็นบีเอกับรอยสักที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย


ผู้เล่นบาสเก็ตบอลที่เข้ารอบชิงชนะเลิศมากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการบาสเก็ตบอลของยุคนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากผู้ที่ได้รับฉายาว่า คิงส์ เจมส์ หรือในชื่อเต็มที่ทุกคนเรียกกันว่า เลอบรอน เจมส์ ผู้ซึ่งเป็นสุดยอดนักบาสเก็ตบอลที่มีฝีมือเก่งกาจและทรงพลังมากที่สุดคนหนึ่งในวงการบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ โดยนอกจากจะมีความสามารถในการเล่นบาสเก็ตบอลที่หาใครเทียมได้ยากแล้ว ยังมีรอยสักที่แฝงไปด้วยความหมายที่ยากจะมีใครเทียบได้อีกด้วย

จากเด็กน้อยในโรงเรียนมัธยม St. Vincent-St. Mary High School กลายมาเป็นนักบาสเก็ตบอลผู้ซึ่งอายุน้อยที่สุดในเอ็นบีเอ ที่สามารถทำแต้มได้สูงที่สุดถึง 40 แต้มในเกมส์การแข่งขันเพียงแค่เกมส์เดียวของฤดูกาลแรกที่ได้ลงแข่งขัน พร้อมทั้งยังได้รับรางวัลผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปีในปีเดียวกันนั้นอีกด้วย โดยในเวลาต่อมาได้กลายมาเป็นผู้สร้างสถิติใหม่ขึ้นมามากมายให้กับวงการบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ อีกทั้งยังได้วาดลวดลายของรอยสักที่มีความหมายบนร่างกายให้เป็นที่ชื่นชมทั่วไปทั้งโลก

รอยสักมากมายถูกลงมืออย่างประณีตไปทั่วเรือนร่างของราชาแห่งวงการบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ โดยในทุกลวดลายเหล่านั้นได้แฝงไปด้วยความหมายอันลึกซึ้งและเรียบง่าย ซึ่งเป็นเครื่องหมายเตือนใจให้นึกถึงเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา อาทิเช่น รอยสักที่จารึกไว้ตรงหัวไหล่ขวาว่า GLORIA ที่เป็นชื่อของแม่ผู้ให้กำเนิดของ เลอบรอน เจมส์ เป็นการแสดงความรักและให้เกียรติที่มีต่อแม่ของเขา หรือที่ช่วงท่อนแขนขวาที่มีคำว่า Akron 330 ที่เป็นสัญลักษณ์หมายถึงรหัสพื้นที่ของบ้านเกิดตัวของเขา เพื่อให้ตัวเองได้ระลึกเสมอว่าเติบโตมาจากที่ใหนและในแบบใด รวมทั้งยังมีรอยสักที่มีความหมายว่า “What we do in life” และ “echoes in eternity” อยู่ที่แขนทั้งสองข้างเมื่อนำมาประกอบกันจะมีความหมายว่า ในชีวิตหากได้ทำสิ่งใดไปสิ่งนั้นจะเป็นเสียงสะท้อนไปตลอดกาล เป็นความหมายอันลึกซึ่งที่มาจากหนังดังของเรื่อง Gladiator เป็นต้น

เรื่องราวที่ประทับใจกับความหมายของคนที่สำคัญได้ถูกหล่อหล่อมด้วยหยดหมึกมาจารึกบันทึกความรู้สึกที่ดีไว้บนร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับที่มาของผู้ที่ได้รับฉายาว่า คิงส์ เจมส์ ผู้ซึ่งได้หล่อหลอมฝีมือการเล่นบาสเก็ตบอลจากวัยเด็ก และได้ใช้ฝีมืออันเปี่ยมไปด้วยแสนยานุภาพนั้นปีนป่ายขึ้นมาในวงการบาสเก็ตบอล จนสามารถสร้างประวัติศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จไว้มากมาย ราวกับได้จารึกรอยสักที่ไม่มีวันจะเลือนหายไปจากวงการบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ

 

โคบี ไบรอันต์ นักบาสผู้เป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ผู้เล่นที่ดีที่สุด และรอยสักที่มีไว้สำหรับเตือนใจ


ประวัติศาสตร์ของวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอถูกสร้าง จนเกิดเป็นเรื่องราวกล่าวขานมาอย่างยาวนาน และในเรื่องราวเหล่านั้น ยังได้ประกอบไปด้วยการกำเนิดสุดยอดผู้เล่นฝีมือดีขึ้นมาอย่างมากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ฮาคิม โอลาจูวอน, เมจิก จอห์นสัน และไมเคิล จอร์แดน รวมถึงผู้เล่นแห่งประวัติศาสตร์ที่แฟน ๆ บาสเกตบอลไม่อาจลืมได้อีกคนหนึ่งนั้น คือ โคบี ไบรอันต์ สุดยอดนักบาสเกตบอลแห่งทีมลอสแองเจอลิส ที่ได้ฝากความยอดเยี่ยมไว้ในวงการบาสเกตบอล ผู้ซึ่งมีรอยสักเอาไว้เพื่อเตือนจิตใจตัวเองเสมอ

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เป็นอีกหนึ่งสุภาษิตไทยแท้ กับความหมายที่กล่าวได้กับฝรั่ง และเกิดขึ้นจริง ๆ กับ โคบี ไบรอันต์ ผู้ซึ่งเป็นลูกชายของอดีตนักบาสเอ็นบีเอที่มือชื่อว่า โจ เยลลีบีน ไบรอัน ผู้เล่นตัวเก่งจากทีมฟิลาเดเฟีย โดยโคบี้ได้ก้าวเข้าสู่วงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอในปี 1996 จากการดราฟท์เข้าทีมของชาล็อต ฮอร์เนต อีกทั้งยังได้เป็นผู้เล่นที่ถูกจดบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ว่าเขากลายเป็นผู้เล่นตัวจริงที่มีอายุน้อยที่สุดในวงการบาสเกตบอลในช่วงเวลานั้น

หลังจากนั้นด้วยพรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัวเองอย่างล้นเหลือจึงทำให้เส้นทางชีวิตของโคบี้ได้ก้าวไปจนถึงจุดสูงสุดของวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอได้อย่างสวยงาม ถึงแม้ว่าจะมีความยากลำบากในระหว่างการเดินทางก็ตาม โดยในระหว่างทางที่ยากลำบากนั้นมีสิ่งหนี่งที่เป็นเครื่องหมายเตือนใจให้ก้าวเดินต่อไปในวันข้างหน้า ใช่แล้วมันคือรอยสักทางแขนขวาอันทรงพลังแห่งความรัก ที่จารึกไว้ว่า Vanessa ซึ่งเป็นชื่อของภรรยาของเขาที่ได้โอบอุ้มไว้ให้มีพลังลุกก้าวเดินต่อไป และเหนือชื่อของภรรยานั้นยังปรากฏรอยสักรูปมงกุฎที่มีลักษณะคล้ายผีเสื้อที่กำลังโบยบิน พร้อมทั้งยังปรากฏรอยสักมงกุฎของนางฟ้าที่สยายปีกอยู่ด้านล่างของชื่ออยู่ด้วยกัน ซึ่งในความหมายของทั้งสองภาพนั้นเป็นสิ่งเตือนใจอีกอย่างหนึ่งในชีวิตหลังจากที่มีคดีการข่มขืนผู้หญิงที่รัฐโคโลราโด

โดยในคดีข่มขืนนั้น โคบี ไบรอันต์ ได้พ้นข้อหาหลังจากมีการพิสูจน์ในกระบวกการตรวจสอบคดี แต่ฝ่ายโจทย์ไม่ยอมให้พิสูจน์หลักฐาน จึงทำให้ โคบี้ ได้พ้นโทษในคดีข่มขืนและทำการยอมความตามกระบวนการทางแพ่งในเวลาต่อมา จากนั้นเมื่อได้พ้นจากคดีที่ส่งผลกระทบและสูญเสียต่อชีวิตรอบด้านอย่างมากแล้ว โคบี้ได้เดินทางไปสักภาพที่ตั้งใจไว้เพื่อเป็นสิ่งที่ทำให้ระลึกถึงและคอยเตือนใจไม่ให้เหตุการณเหล่านั้นเกิดขึ้นอีก ราวกับเป็นรอยสักของบทบัญญัติที่ถูกสลักไว้ให้เป็นบทเรียนที่ไม่มีวันลืม

 

ไคลี่ เออร์วิง ผู้จารึกรอยสักของสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ


31 แต้ม และสกอร์ 14 แอสซิสต์ คือตัวเลขของผู้เล่นบาสเก็ตบอลที่ทำสถิติในการแข่งขันบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ ออลสตาร์ ปี 2014 ได้อย่างถล่มทลาย และยังเป็นผู้ที่ได้รับรางวัลผู้เล่นผู้ทรงคุณค่าหรือเอ็มวีพีไปครองในปีนั้นอีกด้วย ซึ่งผู้เล่นคนนั้นก็คือ ไคลี่ เออร์วิง การ์ดดาวรุ่งหน้าใหม่จากคลีฟแลนด์ คาวาเลียร์สในปีนั้น โดยในปัจจุบันได้ย้ายมาเป็นผู้เล่นที่ขาดไม่ได้ให้กับทีมบอสตัน เซลติกส์ พร้อมกับรอยสักที่เป็นตัวแทนของมิตรภาพบนโลกใบนี้

รางวัลผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี 2011-12, รางวัลผู้เล่นผู้ทรงคุณค่าหรือเอ็มวีพีในการแข่งขันออลสตาร์ปี 2014 และรางวัลแชมป์กีฬาบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอปี 2015-16 กับทีมคลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส เป็นสามรางวัลอันยิ่งใหญ่ในวงการบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอที่ ไคลี่ เออร์วิง สามารถพิชิตไปครองได้ โดยความหมายของถ้วยรางวัลเหล่านั้นคือเครื่องหมายที่พูดถึงระดับฝีมือ ที่เปรียบได้ว่าเป็นฝีมือระดับขั้นสูงในวงการบาสเก็ตบอล เหมือนกับรอยสักที่สามารถเปรียบได้ว่าเป็นเครื่องหมายของรางวัลภายในจิตใจ

หยดหมึกที่ถูกบรรเลงเป็นงานศิลปะอยู่ทั่วทั้งร่างกายของไคลี่ เออร์วิง เปรียบได้กับถ้วยรางวัลชีวิตอันล้ำค่าที่สามารถพิชิตมาได้ในแต่ละฤดูกาลแข่งขัน แต่ในทุกถ้วยรางวัลที่สามารถพิชิตและคว้ามาได้เหล่านั้นมีเพียงถ้วยรางวัลเดียวที่เป็นที่สุดในทุกถ้วยรางวัลชีวิต คือถ้วยรางวัลที่มีรอยสักคำว่า F.R.I.E.N.D ที่แปลว่า เพื่อน โดยไคลี่ได้อธิบายความหมายของรอยสักนี้ว่า ในทุกครั้งที่ได้ลงแข่งขันบาสเก็ตบอล สิ่งที่ได้รับมานอกเหนือจากถ้วยรางวัลและสถิติการทำแต้มหรือคะแนนในด้านต่าง ๆ แล้ว คำว่าเพื่อนยังคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ได้รับตามมาหลังจากจบเกมส์การแข่งขันในทุกครั้งอีกด้วย ซึ่งรอยสักนี้ได้ถูกสลักไว้ที่แขนด้านซ้ายของเขา และในทุกครั้งที่เขาได้มองไปยังที่แขนด้านซ้ายของตัวเองจะทำให้เขาได้ระลึกเสมอว่า การแข่งขันที่กำลังแข่งอยู่นั้นเป็นการแข่งขันที่กำลังสร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้นได้ด้วยการแข่งขันกีฬา

เพื่อน มิตรภาพ ชีวิต คือองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในการที่จะมีชีวิตอยู่ การได้เพื่อนที่ดีก็จะตามมาด้วยมิตรภาพที่ดีและก็ชีวิตที่ดี โดยทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่ ไคลี่ เออร์วิง ได้ยึดถือเป็นหลักในการใช้ชีวิต และถึงแม้ว่าผู้คนมากมายจะบอกว่ารูปลักษณ์ของรอยสักนี้เป็นเพียงแค่ตัวอักษรธรรมดาที่ได้ถูกสลักลงไปและไม่โดดเด่น แต่สำหรับ ไคลี่ เออร์วิง แล้ว แม้รอยสักนั้นจะธรรมดา แต่ความหมายของมันนั้นกับงดงามกว่าทุกรอยสักในร่างกายของเขา

 

เดเมียน ลิลลาร์ด กับรอยสักจากพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์


ถ้อยคำล้วนสื่อความหมายและรูปภาพต่างร้อยเรื่องราวช่วยเติมเต็มข้อความนั้น ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะนานนับพันปีหรือพึ่งเกิดขึ้นในเมื่อวาน ล้วนถูกถ่ายทอดผ่านทั้งสองสิ่งนี้เสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ เดเมียน ลิลลาร์ด ผู้เล่นบาสเกตบอลแถวหน้าของเอ็นบีเอ จากทีมพอร์ทแลนด์ ได้ตระหนักถึงความหมายของข้อความจากบันทึกในอดีตที่ถูกเขียนขึ้นมากว่าหลายพันปี จึงได้นำข้อความเหล่านั้นมาสลักจารึกไว้เป็นรอยสักที่แทนความหมายของความเชื่อในบทบันทึกที่เรียกกันว่า “พระคัมภีร์” หรือในอีกนัยยะหนึ่งที่มีความหมายว่า “พระวาจาของพระเจ้า”

เดเมียน ลิลลาร์ด คือ นักบาสเกตบอลจากมหาวิทยาลัย Weber State Wildcats ที่ได้รับการดราฟท์เป็นคนที่ 6 ในปี 2012 โดยเป็นการเลือกจากทีมพอร์ทแลนด์ เทรเบรลเซอร์ ซึ่งต่อมาหลังจากได้เข้าสู่วงการบาสเกตบอลเอ็นบีเออย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยความสามารถที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดราวกับพรสวรรค์ เขาได้ทำให้มันถูกระเบิดออกมาตั้งแต่ในปีแรกอย่างเฉิดฉาย จนทำให้ได้รับรางวัลผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี นับตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาเล่นในศึกเอ็นบีเอ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน

ความสามารถ พรสวรรค์ มาพร้อมกับความเชื่อที่อยู่ภายในจิตใจ โดย เดเมียน ลิลลาร์ด มีความเชื่อที่ได้ฝากเอาไว้กับศาสนาคริสต์ที่ตนเองนับถือมาอย่างช้านาน จึงได้นำข้อความที่มีความน่าสนใจในบทความของพระคัมภีร์หรือที่เรียกกันว่าพระวาจาของพระเจ้ามาสักลงบนร่างกายที่แขนด้านซ้าย ซึ่งข้อความที่ได้นำลงมาสักนั้นเป็นข้อความของบทสดุดีที่ 37 ที่ได้เขียนไว้ว่า เมื่อศรัทธาไม่ละเมิดผิด จิตใจปลูกฝังความสัตย์ซื่อ สิ่งปรารถนาจะบรรลุผล เป็นข้อความที่มีความหมายว่าหากบุคคลใดได้เลือกเส้นทางใดก็ตามที่ไม่อยู่ในความบาปผิดหรือกระทำผิดแล้ว พร้อมทั้งยังเต็มไปด้วยการใช้ชีวิตแบบซื่อสัตย์ในทุกการกระทำ ทุกสิ่งที่ได้ทำและทุก ๆ เรื่องเหล่านั้นจะทำให้ชีวิตประสบผลสำเร็จ และด้วยความหมายอันลึกซึ้งเหล่านี้ได้ถูกนำมาสถิตเป็นบทสอนรอยสักที่สลักตราตรึงไว้ให้เป็นหลักสำคัญในการใช้ชีวิตของเขา จึงทำให้ผลงานที่เกิดขึ้นในสนามศึกบาสเกตบอลเอ็นบีเอของเขาได้ถูกตราตรึงไปไว้ในหัวใจของทุกคนเช่นกัน

มีผู้เล่นมากมายที่มีความสามารถ แต่มีผู้เล่นไม่กี่รายเท่านั้นที่จะมีความเชื่อ ซึ่งลิลลาร์ดเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เต็มไปด้วยความเชื่อเหล่านั้น จึงทำให้ความเชื่อได้กลับกลายมาเป็นพลังการเล่นที่ยอดเยี่ยมและแม่นยำจนสามารถทำแต้มได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์เอ็นบีเอในการแข่งขันเพียงเกมส์เดียว

 

สตีเฟน เคอร์รี่ สุดยอดราชา 3 แต้มของวงการบาสเกตบอลที่มีรอยสักชิ้นเอกเพียงแค่ชิ้นเดียวบนร่างกาย


การยิงสามแต้มเป็นการยิงระยะไกลที่ยากที่สุดในการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอล เนื่องจากจะต้องใช้แรงส่งลูกที่มากขึ้นกว่าเดิมในการยิงจากเส้นเขตแดนไกล พร้อมทั้งยังต้องใช้แรงที่มากขึ้นในการควบคุมการส่งออกลูกไปยังห่วงอีกด้วย ดังนั้นมันไม่ง่ายเลยที่จะทำแต้มด้วยการยิงสามแต้มในระยะไกลเป็นตัวชี้ชะตา แต่สำหรับ สตีเฟน เคอร์รี่ แล้วการยิงสามแต้มสำหรับเขา เป็นการทำแต้มที่มีไว้เพื่อชี้ทุกโชคชะตา

สตีเฟน เคอร์รี่ หรือ เคอร์รี่ เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของอดีตนักบาสเกตบอลเอ็นบีเอชื่อดัง เดล เคอร์รี่ โดยได้เริ่มเล่นบาสเกตบอลอยู่บ้างในสมัยเรียนมัธยม จึงทำให้ไม่มีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อในเรื่องของบาสเกตบอลที่ไหนให้ความสนใจในตัวเคอร์รี่ เมื่อทำการคัดตัวนักกีฬา เหตุผลเพราะว่าไม่ได้มีฝีมือโดดเด่นในเรื่องใหนนอกจากการยิงสามแต้ม พร้อมทั้งยังมีรูปร่างที่ผอมบางและไม่สูงนัก ดังนั้นเคอร์รี่ จึงได้เลือกมหาวิทยาลัย Davidson College ที่ไม่ได้มีชื่อเสียงในเรื่องของบาสเกตบอลและแชมป์บาสเกตบอลมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 1969 แต่หลังจากนั้นเมื่อเข้าไปสู่ในระดับมหาวิทยาลัยเคอร์รี่ ได้ทุ่มเทในการเล่นบาสเกตบอลมากขึ้น จนสามารถเป็นผู้เล่นที่ทำสถิติคะแนนสูงสุดของมหาวิทยาลัยได้ถึง 2,635 คะแนน ยิงสามแต้มมากที่สุด 414 แต้ม และ ทำแต้มเกิน 30 แต้มได้ถึง 30 เกมส์ และเกิน 40 แต้มถึง 6 เกมส์ ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน จึงทำให้เข้าสู่วงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอได้ในปี 2009 และได้กลายมาเป็นราชาสามแต้มแห่งวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอในปัจจุบัน

ทั้งการเล่นบาสเกตบอลและนิสัยส่วนตัวของ สตีเฟน เคอร์รี่ และการใช้ชีวิตส่วนตัวนอกสนามของเขาเปรียบได้กับการปฏิบัติแบบสุภาพบุรุษ จึงทำให้ในร่างกายของเขานั้นไม่ค่อยจะมีรอยสักในร่างกายสักเท่าไหร่ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเลย เพราะว่าในร่างของเขานั้นยังคงมีรอยสักอยู่หนึ่งรอยสักที่สำคัญ ซึ่งมีความหมายแทนสิ่งสำคัญในความรัก โดยในรอยสักที่ได้สักนั้นเป็นสัญลักษณ์ที่มีตัวอักษรว่า A ที่เป็นอักษรย่อชื่อภรรยาของเขาที่มีชื่อเต็มว่า Ayesha ซึ่งได้สลักจารึกไว้ที่นิ้วนางข้างซ้าย เป็นเครื่องหมายแทนแหวนแต่งงานวงจริง เนื่องจากกฎการแข่งขันของเอ็นบีเอนั้นห้ามไม่ให้ผู้เล่นคนใดส่วนแหวนหรือเครื่องประดับอื่น ๆ ในการแข่งขัน ดังนั้นรอยสักหนึ่งเดียวของเคอร์รี่ จึงเป็นสิ่งแทนใจของความรักที่มีให้ต่อภรรยาของเขาอย่างมากมาย

สำหรับภรรยาหรือผู้หญิงทั่วทั้งโลกแล้วคงเป็นเรื่องที่ดีใจไม่น้อยหากมีคนที่รักได้ทำแบบนี้ให้กับเธอ และรอยสักหนึ่งเดียวที่อยู่บนร่างกายของเคอร์รี่ นั้นเป็นการสักและการปฏิบัติที่เหมาะสมกับเจ้าของตำแหน่งราชาสามแต้มแห่งวงการบาสเกตบอลเป็นที่สุด

 

คาร์เมโล่ แอนโธนี่ รอยสักนี้เพื่อจุดเริ่มต้น


คาร์เมโล่ แอนโธนี่ หรือในวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอเรียกันสั้น ๆ ว่า เมโล เป็นนักการบาสเกตบอลที่มีความสามารถในการเข้าบุกเพื่อทำแต้มได้ในหลายรูปแบบ พร้อมทั้งยังเป็นผู้เล่นคนสำคัญ ที่สามารถทำแต้มใด้สูงในการแข่งขันแต่ละเกมส์อีกด้วย และด้วยการเล่นที่สามารถทำแต้มได้อย่างมากมาย จึงทำให้ได้รับโอกาสติดทีมชุดออลสตาร์ถึง 6 ครั้ง และได้ถูกเลือกให้เข้าร่วมทีมชาติสหรัฐอเมริกาลุยศึกบาสเกตบอลโอลิมปิกฤดูร้อนที่กรุงปักกิ่งปี 2008 ประเทศจีนอีกด้วย

มหาวิทยาลัย Syracuse Orange เป็นมหาวิทยาลัยที่เมโลได้ลงเล่นบาสเกตบอลในระดับมหาวิทยาลัยนานาชาติเป็นครั้งแรก และได้นำทัพตลุยยัดห่วงจนสามารถคว้าแชมป์รายการแข่งขันนี้ ที่ในปัจจุบันเรียกว่า NCAA มาครองได้ในปี 2003 พร้อมทั้งยังได้ตำแหน่งผู้เล่นยออดเยี่ยมอีกด้วย ก่อนที่จะถูกเลือกเป็นคนที่ 3ในการดราฟท์ตัวผู้เล่นเข้าสู่ศึกเอ็นบีเอโดยทีมเดนเวอร์ นักเก็ตส์ ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับ เลบรอน เจมส์ ที่ถูกเลือกเข้าทีมคลีฟแลนด์ ในปี 2003

รอยสักสำหรับ เมโลนั้นเป็นเหมือนกับส่วนหนึ่งของร่างกายที่จำเป็นต้องมีสลักติดตัวไว้ เพราะว่ามันเป็นเหมือนกับการเพิ่มพลังที่ทำให้จิตใจมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และทำให้ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคนานานับประการ อีกทั้งในเวลาที่รู้สึกหมดกำลังใจรอยสักจะปลุกให้เขาลุกขึ้นกลับมาอีกครั้ง โดยรอยสักที่เมโลชอบมากที่สุดในตัวคือรอยสักที่มีรูป WB ล้อมด้วยกรอบสามเหลี่ยมมีลักษณะคล้ายกับโลโก้วอร์เดอร์ บราเดอร์บนไหล่ซ้าย ซึ่งเป็นอักษรย่อของคำที่มีความหมายว่า West Baltimore หรือนัยอีกนัยยะหนึ่งคือชื่อสถานที่ตั้งของบ้านเกิด ที่เมโลได้เริ่มต้นการเล่นบาสเกตบอลที่นั่น และทุกครั้งที่เจอสถานการณ์ยากลำบาก เมโลจะใช้จุดเริ่มต้นที่สถิตย์ไว้ที่ไหล่ซ้ายจุดนั้นผลักดันตัวเขาให้กลับมาอยู่ในเส้นทางอีกครั้งเพื่อก้าวต่อไป อีกทั้งนอกจากจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเล่นบาสเกตบอลแล้ว ยังคงเป็นจุดเริ่มต้นในการใช้ชีวิตในช่วงเวลาที่ต้องฝ่าฟันของเมโลในทุก ๆ ด้านอีกด้วย

และด้วยความหมายที่เป็นแรงผลักดันในชีวิต ที่ไม่เคยคิดย่อท้อต่อสถานการณ์ยากลำบาก จึงทำให้เมโลสามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักบาสเกตบอลที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์เอ็นบีเออันดับที่ 2 ที่สามารถยัดห่วงทำแต้มได้มากกว่า 30 คะแนนในหนึ่งเกมส์ จากการเล่นมาเพียง 6 เกมส์เท่านั้น โดยอันดับที่หนึ่งเป็นของโคบี้ ไบรอัน ที่ในเวลานั้นมีอายุเพียงแค่ 19 ปี 151 วัน ซึ่งหลังจากนั้นได้กลายมาเป็นนักบาสเกตบอลชื่อดั งและเป็นตำนานสำหรับวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอในเวลาต่อมา

 

เจสัน วิลเลี่ยมส์ ยอดการ์ดจ่ายมือพระกาฬกับรอยสักแห่งตัวตน


หากลองย้อนกลับไปสู่ในยุค 90 นักบาสเกตบอลที่มีรูปแบบการจ่ายบอลและการเล่นด้วยเทคนิคแพรวพราว ที่ไม่เหมือนใครอันดับต้น ๆ ในสมัยนั้น สำหรับความทรงจำของคอบาสเกตบอลแล้ว คงหนีไม่พ้นยอดการ์ดจ่ายที่มีฉายาว่า White Chocolate ซึ่งแปลเป็นไทยว่าขนมช็อคโกแลตสีขาว หรือในชื่อเต็มของเขาว่า เจสัน วิลเลี่ยมส์ นักบาสเกตบอลเอนบีเอคนเก่ง ของทีมซาคราแมนโตคิงส์ โดยฉายาที่ได้ถูกตั้งขึ้นนั้น เป็นการเปรียบเทียบตัวตนของเขา ที่มีรูปลักษณะผิวขาวโดดเด่นหนึ่งเดียวในทีม ที่ได้ยืนเล่นเป็นตัวจริง ตัวหลัก อยู่ท่ามกลางทีมที่มีแต่ผู้เล่นที่มีรูปลักษณะผิวสีทั้งหมด พร้อมทั้งยังเป็นนักบาสเกตบอลที่มีลีลาการเล่นที่โดนเด่นไม่เหมือนใครในทีมอีกด้วย

ปีที่ เจสัน วิลเลี่ยมส์ มีความโดดเด่นจนเป็นที่นิยมของวัยรุ่นในยุคนั้นเป็นอย่างมากคือปี 1999-2007 โดยในช่วงปีนั้นการเล่นบาสเกตบอลในศึกเอ็นบีเอเป็นปีที่มีรูปแบบการเล่นเพื่อแสดงความเป็นตัวตนของตนเองให้ออกมามากที่สุด จึงทำให้เจสันได้มีโอกาสได้แสดงทักษะการจ่ายบอลในแบบที่ไม่เหมือนใคร จนสามารถพูดได้ว่าหาใครมาเปรียบการส่งในรูปแบบเหล่านี้ได้ยาก เพราะนอกจากการจ่ายบอลในแต่ละครั้งเป็นการจ่ายบอลที่ไม่สามารถคาดเดาทิศทางการจ่ายบอลที่แน่นอนได้แล้ว ยังไม่สามารถที่จะคาดเดาการเคลื่อนไหวของผู้ส่งบอลได้อีกด้วย จึงทำให้กลายเป็นทักษะอันโด่งดังที่ทุกคนชื่นชมและคอยเฝ้าติดตาม

นอกจาก เจสัน วิลเลี่ยมส์ จะมีฉายาว่า White Chocolate แล้วยังได้เพิ่มรอยสักที่มีความหมายคล้ายคลึงกันลงบนร่างกายอีกด้วย โดยได้ทำการสลักแบ่งลงที่มือทั้งสองข้าง ข้างหนึ่งสลักจารึกคำว่า WHITE อีกข้างหนึ่งสลักจารึกคำว่า BOY และเมื่อได้นำคำสองคำมารวมกันแล้วจะได้คำว่า WHITE BOY ซึ่งมีความหมายว่าเด็กผู้ชายผิวขาว ดังนั้นทั้งฉายาและความหมายของรอยสักนั้นมีลักษณะความหมายที่คล้ายคลึงกัน แต่ในส่วนลึกของความหมายที่แท้จริงแล้วมีข้อที่แตกต่างกัน เพราะว่าในความหมายของรอยสักที่ได้สลักคำว่า WHITE BOY นั้นเป็นรอยสักที่แสดงให้เห็นถึงตัวตนของตัวเขา ว่าภายในตัวเขายังคงเปรียบเสมือนเด็กน้อยที่กำลังคึกคักอยู่เสมอ

และหากใครที่ต้องการชื่นชมฝีมือทักษะการจ่ายบอล ที่มีรูปแบบแปลกประหลาดพิสดารไม่เหมือนใครแล้วล่ะก็ สามารถหารับชมการ์ดจ่ายผู้โด่งดังในอดีตรายนี้ ได้ตามช่องทางออนไลน์เกี่ยวกับบาสเกตบอล ที่มีอยู่มากมายหลายช่องทาง แล้วจะทำให้ทุกคนเข้าใจว่า การ์ดจ่ายยอดนิยมอันดับหนึ่ง ของผู้ที่ชื่นชมบาสเกตบอลในสมัยยุค 90 นั้น มีความยอดเยี่ยมเช่นไร

 

คริส แอนเดอร์สัน กับรอยสักเจ้าเวหาอันภาคภูมิใจ


ด้วยรูปร่างที่ค่อนข้างสูงใหญ่กว่านักบาสเกตบอลทั่วไป แถมยังมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งยังสามารถกระโดนเหินไปยังห่วงได้จากระยะไกล จึงทำให้ คริส แอนเดอร์สัน ได้รับฉายาว่าเป็นยอดมนุษย์เจ้าเวหา หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า BIRD MAN ซึ่งเป็นผู้เล่นจากทีมบาสเกตบอลเอนบีเอคลีฟแลนด์ที่ได้วางมือไปแล้วในปัจจุบัน โดยนอกจากจะมีความชื่นชอบในฉายาหรือสมญานามที่ได้รับแล้ว ยังได้มีความภาคภูมิใจในฉายานั้นจนได้นำไปสลักจารึกไว้เป็นความภาคภูมิใจบนร่างกาย

คริส แอนเดอร์สัน มีชื่อเรียกเต็มว่า คริสโตเฟอร์ เคราซ์ แอนเดอร์สัน เป็นนักบาสเกตบอลอาชีพสัญชาติสหรัฐอเมริกาที่ลงเล่นให้กับทีมในเอ็นบีเอ โดยทีมที่ได้เล่นเป็นปีสุดท้ายก่อนที่จะอำลาวงการไปในปี 2017 คือทีมคลีฟแลนด์ คาวาเลีย ซึ่งจุดเริ่มต้นก่อนเข้าวงการบาสเกตบอลของยอดมนุษย์เจ้าเวหานั้น ได้เริ่มต้นจากการเข้าเล่นให้กับทีมหาวิทยาลัย Blinn ในรัฐเทกซัส ก่อนที่จะไปเล่นให้กับลีกจีนในปีต่อมา และหลังจากนั้นในได้ถูกทำการดราฟท์เข้าทีมเดนเวอร์นักเก็ตในปี 2001-2004 ในเวลาต่อมา

และเนื่องด้วยฉายาที่ได้รับว่าเจ้าเวหาหรือ BIRD MAN นั้นทำให้ คริส แอนเดอร์สัน ได้นำรูปปีกของนกไปสักลงที่แขนทั้งสองข้างของเขาด้วยสีสันมากมายหลายเฉดสี พร้อมทั้งยังได้สักคำว่า FREE BIRD ที่มีความหมายว่าเจ้าเวหาผู้เป็นอิสระไว้ที่บริเวณใต้คอ โดยรอยสักที่มีความหมายว่าเจ้าเวหาผู้เป็นอิสระนั้น ได้ถูกสักหลังจากที่ได้มีโอกาสกลับมาเล่นในศึกบาสเกตบอลเอ็นบีเออีกครั้ง หลังจากที่ได้รับการลงโทษให้ไม่มีสิทธิ์ลงเล่นในวงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอเป็นเวลาสองปี เนื่องจากมีการตรวจพบการใช้สารเสพติดในการแข่งขัน ซึ่งหลังจากที่ได้กลับมาเล่นอีกครั้งนั้นจึงได้สักความหมายนี้ไว้เป็นสิ่งเตือนใจไม่ให้หันกลับไปในเส้นทางเดิมอีก จนกระทั้งในปี 2013 ได้มีโอกาสคว้าแชมป์เอ็นบีเอกับทีมไมอามี ฮีทอย่างน่าภาคภูมิใจ

เจ้าเวหาผู้เป็นอิสระในทุกสิ่ง คือสิ่งที่เป็นตัวตนและความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นสำหรับ คริส แอนเดอร์สัน แม้ว่าบนเส้นทางการบินอาจจะพบบางสิ่งที่กักขังจิตใจ แต่ด้วยความอาจหาญในความเป็นเจ้าเวหา ทำให้ทลายกรงเหล็กที่กักขังตัวตนให้หลุดพ้นและเป็นอิสระกลับมาสู่ชัยชนะบนบัลลังก์ท่ามกลางเวหาได้อีกครั้ง และนอกจากนี้ คริสแอนเดอร์สัน ยังเป็นนักบาสเกตบอลจากทีมมหาวิทยาลัย Blinn เพียงคนเดียวที่สร้างประวัติศาสตร์สามารถลงเล่นในศึกบาสเกตบอลเอ็นบีเอได้เป็นคนแรกและยังคงเป็นคนเดียวเท่านั้นในประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย

 

สตีเวน อดัมส์ เซ็นเตอร์ร่างยักษ์จากทีมเทพเจ้าสายฟ้าผู้มีรอยสักจากดินแดนนิวซีแลนด์

สถิติการบล็อคกว่า 350 ครั้ง สถิติการทำแต้มอีกกว่า 3,000 แต้ม สถิติทั้งสองอย่างเมื่อนำมารวมกัน จะกลายเป็น สถิติการเล่นของผู้เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์จากทีมโอกลาโฮม่า ซิตี้ธันเดอร์ ผู้ซึ่งเป็นผู้เล่นที่กองเชียร์ของทีมชื่นชอบมากที่สุด โดยผู้เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์รายนี้มีชื่อว่า สตีเวน อดัมส์ เป็นผู้เล่นรายที่สามของทีมที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์การบล็อก และการทำแต้มได้สูงที่สุดในทีม

สตีเวน อดัมส์ หรือในชื่อเต็มเรียกว่า สตีเฟน ฟูนาคิ อดัมส์ เป็นชื่อเต็มที่ถูกตั้งขึ้นในประเทศนิวซีแลนด์ที่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตัวเขา พร้อมทั้งยังคงเป็นนักบาสเกตบอลที่มีสัญชาตินิวซีแลนด์ตามถิ่นเกิดอีกด้วย โดยเจ้าตัวได้เริ่มเล่นบาสเกตบอลในสมัยเรียนมัธยมที่ Wellington Saints ประเทศบ้านเกิด ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายมาอาศัยอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2012 และได้ลงเล่นให้กับทีมมหาวิทยาลัย Pittsburgh ในปี 2013 และในปีเดียวกันนั้นเอง เขาก็ได้ถูกเลือกเป็นคนที่ 12 จากการดราฟท์ตัวเข้าสู่วงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอ โดยทีมที่มีชื่อว่า โอกลาโฮม่า ซิตี้ธันเดอร์ ที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างตำนานที่น่าจดจำ

สำหรับเรื่องรอยสักที่ได้ถูกสลักจารึกไว้บนตัวของเขานั้น เป็นเรื่องของวัฒนธรรมในประเทศบ้านเกิดที่ได้ถูกสืบทอดกันมาอย่างช้านาน โดยรอยสักของเขานั้นมีชื่อเรียกว่า Funaki ซึ่งเป็นชื่อประจำตระกูลของเขาพร้อมทั้งยังเป็นชื่อที่ถูกเขียนไว้ในชื่อจริงอีกด้วย และนอกจากจะมีชื่อที่เรียกว่าฟูนาคิแล้ว รอยสักนั้นยังเป็นเครื่องหมายของนักรบประจำตระกูลที่มีรูปแบบไม่ซ้ำกัน ในแต่ละตระกูลของนิวซีแลนด์ เพื่อเป็นเครื่องหมายและเป็นเกียรติยศ สำหรับผู้ที่ได้รับตำแหน่งนักรบ ให้มีความน่าเกรงขรามและความแข็งแกร่ง ที่ใครเห็นแล้วจะต้องเคารพ อีกทั้งยังเป็นค่านิยมประเพณีของผู้คนในประเทศนิวซีแลนด์ ที่จำเป็นต้องสักตราหรือสัญลักษณ์ลวดลาย ที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ตามแต่ละท้องเรื่องราวของต้นกำเนิด ที่ได้เป็นจุดเริ่มต้นของตระกูลนั้น ๆ ให้ลูกหลานได้รับรู้ถึงเกียรติประวัติความเป็นมาอันยาวนาน

หลังจากที่ สตีเวน อดัมส์ ได้เข้าสู่เส้นทางศึกเกมส์ยัดห่วงเอ็นบีเอในปี 2013 จากการเลือกของทีมโอกลาโฮมา ซิตี้ธันเดอร์เป็นทีมแรกแล้ว ยังไม่เคยเทรดหรือได้เปลี่ยนทีมไปจากทีมนี้เลยจนถึงปัจจุบัน จึงทำให้เป็นผู้เล่นที่มีผู้ชมในทีมต้นสังกัดได้รักและชื่นชมเป็นอย่างมาก เหมือนกับได้เป็นรอยสักแห่งรากเหง้าประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์ของทีมโอกลาโฮมา ที่ฝังรากลึกลงไปให้ตั้งมั่นอยู่อย่างขาดไม่ได้ เพื่อแสดงถึงความแข็งแกร่งอันน่าเกรงขามที่มาจากดินแดนนิวซีแลนด์อันไกลโพ้น